วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

พระเมตตาปาฏิหาริย์ เจ้าแม่กวนอิม ตอนที่4

พระเมตตาปาฏิหาริย์ เจ้าแม่กวนอิม ตอนที่ 4

ตอนที่ ทุรโฉดอหังการ

                หลังจากที่พระโพธิสัตว์กวนอิมช่วยบำบัดกาฬโรคอันหฤโหดให้แก่ประชาชนที่เมืองเติ้งจิวแล้วนั้น  ทำให้ประชาชนกล่าวขวัญและยกย่อง  โดยไม่มีใครรู้ว่าคนชราที่ผอมแห้งและมีคุณแก่เขาเป็นอเนกอนันต์นั้นคือใคร  จนกระทั่งภิกษุอิวหยุนได้แจ้งแก่ประชาชนว่า  ผู้ที่มาขจัดโรคภัยนั้นแท้จริงคือ พระโพธิสัตว์กวนอิมมาช่วยขจัดทุกข์ให้สัตว์โลก  ด้วยความสำนึกในเมตตาธรรม  บรรดาประชาชนเหล่านั้นได้ช่วยกันสละทุนทรัพย์สร้างศาลเจ้าแม่กวนอิมขึ้นโดยมีรูปพระโพธิสัตว์กวนอิมเป็นที่เคารพบูชา
                ขณะที่พระโพธิสัตว์แฝงกายอยู่กับหมู่มวลมนุษย์เพื่อสดับความทุกข์ยากของผู้ตกทุกข์ได้ยาก  จะได้ช่วยโปรดให้คลายทุกข์โดยไม่เลือก ชาติ ชั้น วรรณะ  แต่ในวันนี้พระโพธิสัตว์กวนอิมรู้สึกมีความรุ่มร้อนในจิตใจ  เหมือนมีอะไรมากระตุ้น  จึงเล็งญาณอันวิเศษตรวจสอบไปทั้งแปดทิศ พลันก็รู้แจ้งในเหตุ
                พระโพธิสัตว์กวนอิมทรงรู้ได้ด้วยทิพย์ญาณว่า  บัดนี้ได้มีบุรุษในอสัตย์ผู้หนึ่ง  เป็นคนพเนจร  กำลังร่อนเร่จะไปทางมณฑลเจ๋อเจียงอย่างไร้จุดหมาย  แต่เดิมนั้นชายผู้นี้เป็นคนมีถิ่นฐานอยู่ทางทิศตะวันออก  ซึ่งเป็นกลุ่มชนที่ค่อนข้างป่าเถื่อน  บุรุษผู้นี้เร่ร่อนมาถึงแผ่นดินจีน  ได้ยินกิตติศัพท์ว่าที่ เขตเขาอู่ไถซาน นั้นงดงาม  มีวัดวาอารามอันวิจิตรโอฬาร  นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปแกสลัก  แต่พระพุทธรูปนี้มิใช่ใช้หินธรรมดาทั่วไปแกะ  หากแต่เป็นหยกขาวบริสุทธิ์งดงามสุดพรรณนา  รูปจำลักษณ์นี้สำรวมแต่แผ่ประกายฉัพพรรณรังสีไปรอบองค์พระ  นอกจากนี้ ยังมีพระที่สร้างด้วยของมีค่า เช่น ทองคำอีกมากมาย  ชายผู้ร่อนเร่นี้จึงเลือกเดินทางมาทัศนาจรที่นี่ก่อนเป็นอันดับแรก  เมื่อเขามาถึงก็ได้พบความจริงดังที่มีกิตติศัพท์เล่าลือ  ทันทีที่เขาได้พบเห็นก็เกิดความโลภอยากได้พระพุทธรูปอันมีค่ามาเป็นของตนเองอย่างล้นเหลือ  ชายผู้อสัตย์นี้เป็นคนที่ฉลาดมีกลโกงในตัวอยู่มากมาย  เขาจึงได้เที่ยวสำรวจทั่ว วัดฝ่าหัวซื่อ เพื่อหาวัตถุที่ตนเห็นว่ามีค่าที่สุด  เพื่อติดไม้ติดมือกลับไปเป็นเศรษฐีในหมู่คนของตน  มันช่างเป็นการเดินทางที่คุ้มค่า
                เขาเดินชมไปตามห้องต่างๆ ที่ไว้พระพุทธรูปอันงดงามแต่ละปางๆ  จนมาสะดุดตาสะดุดใจอยู่กับรูปสลักของพระโพธิสัตว์กวนอิมซึ่งเป็นหยกขาวบริสุทธิ์ทั้งองค์  อยู่ในปางดับทุกข์เข็ญ คือ พระหัตถ์ข้างหนึ่งถือแจกันมีกิ่งหลิวโผล่ขึ้นเหนือแจกัน  นั่งอยู่บนดอกบัวด้วย  พระพักตร์และแววพระเนตรเปี่ยมด้วยมหากรุณา  ดอกบัวที่ทรงประทับอยู่นั้นบานย้วยส่งประกายใสสะอาดงามจับตาจับใจ  เพราะเป็นหยกทั้งแท่งถูกเจียระไนสลักเสลาด้วยนายช่างฝีมือเอก  ความวิจิตรงดงามไม่แพ้สวรรค์บันดาล  ด้วยองค์พระนั้นสูงประมาณ ศอก
                ความงดงามอันวิจิตรบรรจงบวกกับความล้ำค่าแห่งหยกขาวอันบริสุทธิ์  สิ่งนี้มิใช่หรือที่ชาวโลกเสาะแสวงหา  เจ้าอมนุษย์แห่งตะวันออกมองดูรูปพระโพธิสัตว์ปางนี้ตาเป็นมันด้วยความละโมบ  โดยไม่คำนึงถึงบาปบุญคุณโทษ  มันฉวยโอกาสขโมยพระพุทธรูปพระโพธิสัตว์กวนอิมไปได้  ในขณะที่พระและคนในวัดสาระวนอยู่กับการทำงานและประชุมกันสวดมนต์  ไม่มีใครเลยสักคนที่จะเฉลียวใจว่า  บัดนี้อมนุษย์จากตะวันออกได้มาฉกฉวยกวนอิมหยกขาวไปแล้ว
                กว่าคนในวัดจะรู้ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันล้ำค่าได้อันตรฐานไปจากที่ประดิษฐาน  เจ้าคนโฉดมันก็เตลิดไปไกลจนไม่รู้ว่าจะไปตามได้ที่ไหน เพราะมนุษย์โฉดผู้นี้ช่ำชองในการขโมยเป็นยอด  ไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ให้ติดตาม  ชาววัดจึงหมดปัญญาที่จะเอาคืน  จึงจำเป็นต้องหยุดคดีนี้เพียงแค่นั้น
                ฝ่ายเจ้าคนโฉด เมื่อมันขโมยกวนอิมหยกได้สมใจอยาก  มันรู้สึกปลาบปลื้มยินดีตลอดเวลาที่เดินทางหนี  มันกบดานอยู่ที่มณฑลเจ๋อเจียงระยะหนึ่ง  แล้วก็คิดจะข้ามทะเลกลับมาตุภูมิเพื่ออวดความเก่งกล้าสามารถของตนให้ประจักษ์
                การนี้พระโพธิสัตว์กวนอิมรู้ได้โดยตลอดด้วยทิพย์ญาณ  จึงทรงขยับพระวรกายด้วยกำลังฤทธิ์ติดตามคนโฉด  มันเป็นเวลาเดียวกับที่เจ้าคนโฉดกำลังเอาเรืองออกจาก ท่าเฉาอิมต้ง เพื่อกลับบ้านเกิดด้วยอาการอันปรีเปรม  ขณะที่มันล่องเรือออกจากท่าไปได้ไม่ไกลนัก  ทันใดทั่วทั้งท้องทะเลสีฟ้าครามก็เกิดอาเพศ  บังเกิดมีดอกบัวขนาดใหญ่ขึ้นอยู่เต็มพืดครอบคลุมท้องทะเลให้กลายเป็นสีแห่งดอกบัว  เหตุอันอัศจรรย์เกิดขึ้นโดยบุญฤทธิ์อันวิเศษแห่งพระโพธิสัตว์
                ดอกบัวที่เกิดขึ้นด้วยกำลังฤทธิ์ที่บันดาลให้เกิดขึ้นนี้  มีขนาดสูงใหญ่ท่วมหัว  มันเต็มพืดไปหมด  ทำให้เจ้าคนโฉดไม่อาจนำเรือไปทางไหนได้  เพราะไม่รู้ทิศทางว่าไหนเหนือไหนใต้  มันเขียวครึ้มไปทั้ง ทิศ  มันพาเรือไปอย่างสะเปะสะปะตลอดทั้งคืนยันเช้า  มันก็คงวนเวียนอยู่กลุ่มดอกบัว  ไม่อาจหาทางออกมาได้  จอมโฉดรู้สึกตกใจและหวั่นกลัวในเหตุอาเพศที่เกิดแก่มันในขณะนี้เป็นกำลัง
                ขณะที่จอมโฉดจอมขโมยสาระวนหาทางออกจากกอบัวยักษ์นั้นก็เกิดเหตุที่มันไม่คาดคิดขึ้นอีกเป็นซ้ำสอง  คือ  เกิดคลื่นลมพายุพัดกระหน่ำอย่างกระทันหัน  มีผลทำให้เรือน้อยโคลงเคลงจะคว่ำมิคว่ำแหล่ยากแก่การทรงตัว  เหตุการณ์อันกระทันหันนี้  ทำให้เจ้าคนโฉดขวัญหนีดีฝ่อจนวิญญาณแทบจะหลุดจากร่าง  แต่มันก็ไม่รู้จะแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างไร  มันเงอะงะอยู่บนเรือโต้คลื่นนั้นรอความตาย
                ทางยอดเขาพุทโธ  ซึ่งอยู่ในบริเวณท่าเรือเฉาอิมต้ง  พระโพธิสัตว์กวนอิมในพระหัตถ์ถือแจกันหยกมีกิ่งหลิวโผล่จากแจกันประทับยืนอยู่บนดอกบัววิเศษ  ส่งประกายรัศมีเด่นเป็นสง่าอยู่บนยอดเขา  เจ้าจอมโฉดเดนคนเหลือไปเห็นเข้าอย่างจัง  พลันมันก็รู้สำนึกในทันทีว่าอาเพศที่เกิดขึ้นนี้เป็นไปได้โดยฤทธิ์อำนาจแห่งพระโพธิสัตว์  มันจึงไม่รอช้ารีบก้มลงกราบวิงวอนขอขมาอย่างละล่ำละลักเป็นการใหญ่  และอธิษฐานขอให้คลื่นลงสงบพร้อมหมู่กอบัวอันมหาศาลอันตรธานหายไป  ถ้าท้องทะเลและสิ่งอันผิดปรกติที่เกิดจากอิทธิฤทธิ์นี้หายไปโดยมันปลอดภัย  ก็จะอันเชิญกวนอิมหยกที่มันขโมยมาจากวัดอู่ไถซาน  ให้อยู่ในตำบลเฉาอิมต้ง  โดยมันจะไม่นำกลับมาตุภูมิของตนเอง
                หลังจากอธิษฐานจิตตอนจนตรอกเช่นนี้แล้ว พลันท้องทะเลอันปั่นป่วนก็เริ่มสงบลง  และกอบัวยักษ์ก็ค่อยหดหายไปเหตุการณ์กลับเป็นปรกติ  เจ้าจอมโฉดแห่งตะวันออกก็ทำตามที่ตนได้ให้สัจจะไว้  คืออัญเชิญพระรูปกวนอิมหยกให้อยู่ที่เฉาอิมต้งนี้  และไม่คิดจะเหยียบแผ่นดินนี้อีกชั่วกาลนาน
                นับแต่นั้นมาชาวตำบลเฉาอิมต้งและตำบลใกล้และไกล  ต่างก็มานมันการพระรูปกวนอิมหยกอันศักดิ์สิทธิ์และล้ำค่า  ตอนที่พระโพธิสัตว์กวนอิมสำแดงบุญฤทธิ์นั้น  บังเอิญมีชายแซ่จาง ซึ่งเป็นคนในตำบลนั้นได้เห็นปาฏิหาริย์แห่งเจ้าแม่กวนอิมด้วยตาตนเองในขณะที่หัวขโมยประสบอาเพศ  เขาจึงนำเรื่องปาฏิหาริย์ที่ตนพบเห็นนี้บอกกล่าวแก่คนทั่วไป  นอกจากนี้แล้วชายแซ่จางยังได้สละทรัพย์สมบัติของตนเองรวมทั้งบอกบุญเรี่ยไรแก่ผู้มีจิตศรัทธาเพื่อรวบรวมทุนทรัพย์มาสร้างศาลเจ้า  แต่ความที่ชายแซ่จางนี้มีความศรัทธาต่อพระแม่กวนอิมเพิ่มขึ้นในจิตใจทุกวัน  แม้จะได้ทรัพย์มามากที่จะสร้างศาลเจ้า  เขากลับไม่ยอมสร้าง  แต่ใช้เคหะสถานของตนมาต่อเติมดัดแปลงเปลี่ยนเป็นตำหนัก  ศาลเจ้าพระโพธิสัตว์กวนอิมเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปกวนอิมหยก  และตนเองก็ถือบวชนุ่งห่มสีเหลืองยึดถือพระโพธิสัตว์กวนอิมเป็นสรณะ
                คนที่อยู่ทั้งไกลและใกล้  เมื่อได้ข่าวเกี่ยวกับปาฏิหาริย์อันแปลกประหลาดนี้ต่างพากันมาที่ตำหนัก  ประชาชนจำนวนมากรู้สึกเคารพบูชาในพระโพธิสัตว์กวนอิมนี้มาก  เพราะได้แสดงปาฏิหาริย์ไม่ยอมเสด็จไปกับจอมโฉดแห่งภาคตะวันออก  เรื่องราวและกิตติศัพท์ที่พระโพธิสัตว์ไม่เสด็จไปกับมารร้ายนี้  เป็นความจริงที่พระโพธิสัตว์ได้บันดาลให้เกิดกอบัวขนาดมหึมาขวางกั้นเจ้าคนโฉดในทะเล  และภูเขาพุทธโธในปัจจุบันอยู่ในเจียงเจ๋อก็ยังนับเป็นเมืองพุทธที่รุ่งเรืองอยู่  ถึงกับมีคำขนานนามว่าภายใต้ท้องฟ้านี้  เจียงเจ๋อเป็นเมืองคนดีมีผืนดินอุดมสมบูรณ์ดีด้วย  เรื่องราวแห่งพระโพธิสัตว์กวนอิมหยกขาวอันเป็นที่เคารพก็ยังเป็นตำนานอยู่ที่นั่นอย่างไม่รู้เลือน
                ขอกล่าวถึงแผ่นดินจงเหวี๋ยน (จีน) ในสมัยปลายราชวงศ์ถัง  มีความเดือดร้อนเกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้า  ทุกแห่งเต็มไปด้วยความวุ่นวาย  มีโจรโพกผ้าเหลืองก่อกวนความสงบสุขอยู่ทุกวัน  ทำให้ประชาชนหมดกะจิตกะในทำมาหากิน  และที่เจียงเจ๋อเมืองคนดีนี่เอง  ได้มีคนหนุ่มที่ชื่อ เฉียนหลิว ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านเล็กๆ  เขาเป็นคนมีจิตใจกล้าหาญและซื่อตรง  ที่สุดได้ฝึกวิทยายุทธจนเป็นผู้มีฝีมือในการต่อสู้  เขาได้เห็นสภาพบ้านเมืองที่สับสนวุ่นวาย  ไม่มีความสงบสุขเลย  เขาจึงได้รวบรวมสมัครพรรคพวกที่กล้าหาญ  ตั้งตนเป็นทหาร  และทำการฝึกวิชาทหารอยู่เสมอมิได้ขาด  เพื่อทำการต่อต้านพวกโจรทั้งหลายที่จะมาทำลายความสงบสุข
                นับแต่เฉียวหลิวตั้งกองทหารขึ้นมา  หน้าที่หลักคือการป้องกันตะวันออกและใต้เป็นสำคัญ  แต่เงินทุนและกำลังอาวุธที่เป็นปัจจัยสำคัญมีอันขัดข้องอยู่เสมอ  ไม่ใช่ราบรื่นไปเสียทั้งหมด  ข้อสำคัญทหารของเขามีระเบียบวินัยดี  ไม่กระทำการข่มเหงคะเนงร้าย  ทำให้เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาแก่ชาวบ้าน    เพราะแม่ทัพเฉียงหลิวมีระเบียบและมีวิธีการที่ทหารในกองทัพไม่อยากล่วงละเมิด  ความเข้มงวดในระเบียบวินัยของทหาร กองทัพจึงเข้มแข็งเพราะประชาชนคอยสนับสนุน
                ในวันหนึ่ง ขณะที่เฉียนหลิวกำลังเคลิ้มๆ จะหลับ  ทันใดเขาได้ฝันเห็นพระโพธิสัตว์กวนอิมมาพูดกับเขาว่า เฉียนหลิว เฉียนหลิว เจ้าอย่ามัวรั้งรออยู่เลย  การที่เจ้าป้องกันตะวันออกและใต้นี้ได้ช่วยดับทุกข์เข็ญที่สุมอยู่ในหัวใจของประชาชน  เรื่องนี้เป็นความปรารถนาดีที่ควรสรรเสริญ  และฟ้าดินย่อมคุ้มครองคนดีเช่นนี้  แม้จะออกศึกสงครามสักร้อยครั้งก็ไม่มีวันพ่ายแพ้  ขอให้เจ้าทำนุบำรุงกองทหารให้ดีเถิด”  เฉียนหลิวได้ฟังดังนั้น  จึงแจ้งข้ออุปสรรคอันมากมายที่ลำบากยากเข็ญเหลือคณาแก่พระโพธิสัตว์  และพระโพธิสัตว์ก็ได้ตอบว่า เจ้าอย่าได้ปริวิตกและจงรู้ว่าผู้มีตาพันตามีมือพันมืออยู่ในคนผู้เดียวมีอยู่เจ้าคงจะไม่เชื่อ  จงมองมาที่เราให้เต็มตา  เฉียนหลิวเพ่งมองมาที่พระโพธิสัตว์  นัยต์ตารู้สึกพร่าพราย  เมื่อพระวรกายพระโพธิสัตว์เปล่งฉัพพรรณรังสีเป็นแสงสีทองครองพระกาย  และพระโพธิสัตว์ก็ได้กระทำฤทธิ์ให้มีมือพันมือและตาพันตาในพระวรกายอันเป็นสีทองปรากฏแก่เฉียนหลิว
                พระโพธิสัตว์ตรัสแก่เฉียนหลิวผู้จ้องมองความมหัศจรรย์ไม่วางตาว่า เฉียนหลิวเอย  เจ้าคงเข้าใจแล้ว  เรามีมือพันมือมีตาพันตา  ก็เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ผู้มากด้วยทุกข์ภัยทั้งมวล  ซึ่งมีอยู่สุดคณานับ  ฉะนั้นเจ้าจงอย่าท้อถอย  จงมุ่งหน้าทำหน้าที่ของเจ้าอย่างกล้าหาญ  เพราะตะวันออกและใต้นี้จะสงบสุขไม่ได้เลยหากขาดเจ้าไปและนับจากนี้ไป 20 ปี  เจ้าจะได้มาหาเราที่ เขาเทียนจู อย่างแน่นอน
                เมื่อพระโพธิสัตว์กล่าวจบ  เฉียนหลิวก็สะดุ้งตื่นขึ้น  และรู้สึกประหลาดใจในฝันอันแปลกประหลาดนี้  เขาคิดอยู่ในใจว่านี่เป็นนิมิตอันดี ที่พระโพธิสัตว์มาช่วยโปรดชี้ทางสว่างแก่ตนเอง  ซึ่งแสดงว่า  ความตั้งใจที่ตนจะปกป้องความสงบสุขให้แก่มาตุภูมิเป็นเรื่องที่ถูกต้องอย่างแน่นอน
                เฉียนหลิวมีความมั่นใจในตนเองเป็นที่สุด  จึงเรียกประชุมบรรดานายทหารทุกหมู่เหล่าของตน  พร้อมแจ้งนิมิตของตนเองให้บรรดาทหารเหล่านั้นรู้  และมีคำสั้งให้หาจิตกรมีฝีมือในการวาดภาพมาวาดรูปพระโพธิสัตว์กวนอิมที่มีพันมือพันตาตามที่เฉียนหลิวนิมิตเห็น  จากนั้นก็นำภาพนั้นไปแขวนไว้ตรงห้องประชุม  มีกำยานธูปหอมเซ่นไหว้ตลอดวัน  เพื่อบูชาให้เห็นถึงความศรัทธาอันแข็งกล้าของแม่ทัพ  เป็นแบบอย่างที่ผู้ใต้บังคับบัญชาต้องทำตาม  ด้วยความเชื่อว่าพระโพธิสัตว์กวนอิมคอยคุ้มครอง  จึงเป็นธรรมดาอยู่ที่ทหารทั้งกองทัพจะมีจิตใจกล้าหาญ  เข้าทำการรบที่ใดก็ประสบชัยชนะในทุกสมรภูมิ  ทั้งนี้เพราะเขามีความเชื่อมั่นอยู่ในใจ  การปกป้องคุ้มครองตะวันออกจรดใต้ให้พ้นภัยโจรผ้าเหลือง  จึงทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ประชาชนจึงอยู่เย็นเป็นสุขด้วยประการแห่งกองทัพที่มีธรรม  และในเวลาต่อมาเฉียนหลิวก็ได้เป็นใหญ่ใน หังโจว เป็นถึงเจ้าผู้ครองนครนามว่า อู่เยี้ยหวัง  ที่ฝากชื่อไว้ในแผ่นดินชั่วกาลนาน
                หลังจากวันที่พระโพธิสัตว์มาปรากฏในนิมิตฝันเป็นกำลังใจให้เขาทำงานสำเร็จลุล่วงจนได้เป็นเจ้า  นับได้ 20 ปี  แต่เฉียนหลิวก็หาได้ลืมความฝันที่พระโพธิสัตว์บอกให้มาพบที่เขาเทียนจูเมื่อ 20 ปีก่อนไม่  เขาสืบหาทางที่จะไปเขาเทียนจู  เมื่อรู้ที่ตั้งดีแล้ว  เฉียนหลิวก็ออกเดินทางทันทีจนบรรลุถึงเขาเทียนจู  เขาเฝ้าค้นหาพระโพธิสัตว์ที่มาปรากฏในนิมิตฝัน  แต่ค้นหาเท่าไหร่ก็ไม่พบ  กลับไปพบพระภิกษุรูปหนึ่ง  นั่งอยู่บนแท่นศิลา  ในมือถือพระคัมภีร์ที่ม้วนได้  พระองค์นี้ดูพระคัมภีร์อย่างใจจดใจจ่อ  เฉียนหลิวจึงว่าพระรูปนี้คงเป็นพระโพธิสัตว์แปลงกายมา  จึงคุกเข่าก้มลงกราบ  และปากก็พร่ำภาวนาถึงพระโพธิสัตว์อยู่  จับใจความได้ว่า  การที่ตนได้ประกอบภารกิจทำให้ประชาชนร่มเย็นเป็นสุข  พวกโจรไม่กล้ารุกรานภาคตะวันออกจรดใต้  ก็ด้วยหวังให้พระโพธิสัตว์มาโปรดบรรดาพี่น้องชาวบ้านเพื่อให้มีศรัทธามั่นอยู่ตลอดกาล
                พระภิกษุรูปนั้นเห็นอาการของเฉียนหลิว  พร้อมคำพูดที่พรรณนาออกมา  ก็รีบกล่าวแก่เฉียนหลิวว่า ท่านผู้เป็นใหญ่หยุดก่อน  ท่านคงจะเข้าใจอะไรบางอย่างผิดแล้วกระมัง  อาตมาเป็นพระธรรมดารูปหนึ่งซึ่งกำลังเดินทางไป เฉาอิม และผ่านมาทางนี้  เฉียนหลิวได้ยินพระภิกษุรูปนั้นกล่าวเช่นนี้  ก็รู้สึกผิดหวังและคิดว่าความฝันที่ว่า  จะเจอพระโพธิสัตว์คงเป็นหมัน
                พระรูปนั้นกล่าวสืบไปว่า  แต่อาตมาได้พบพระโพธิสัตว์  ในตอนแรกก็ไม่รู้หรอกว่าเป็นพระโพธิสัตว์  เพราะเป็นเพียงพระภิกษุรูปหนึ่งซึ่งนั่งอ่านพระสูตรอยู่  อาตมาจึงเร่เข้าถาม  ท่านตอบอาตมาว่าพระไร้ทรัพย์แต่มากด้วยธรรม  เราขอมอบพระสูตรมหาเมตตาการุณย์ธารณีอันเป็นพระคัมภีร์ว่าด้วยความเมตตากรุณาสูตรนี้ไว้  อาตมาก็รับไว้  พูดไปแล้วในวันนี้เอง  ท่านผู้เป็นใหญ่ก็ได้มาถึงที่นี่และเรียกอาตมาว่าเป็นพระโพธิสัตว์  ซึ่งความจริงไม่ใช่  เพราะองค์พระโพธิสัตว์หลังจากมอบคัมภีร์ผูกนี้ให้อาตมาแล้ว  ก็ไม่รู้ว่าหายไปไหน  การได้พบท่านผู้เป็นใหญ่ในครั้งนี้  จึงขอแจ้งให้ท่านทราบ  พระรูปนั้นเว้นระยะการพูดเป็นครู่  เฉียนหลิวซึ่งบัดนี้ได้เป็นถึงเจ้า  เมื่อรู้ว่าความฝันของตนมิได้เป็นหมัน  จริงอยู่จุดมุ่งหมายคือมาพบพระโพธิสัตว์  แต่เมื่อมาแล้วไม่พบก็จริงอยู่  ทว่าก็มีข่าวจากพระโพธิสัตว์ซึ่งดูเหมือนจะย้ำให้ตนมีความเมตตากรุณาให้ยิ่งๆ ขึ้น  เพราะมอบเมตตากรุณาธารณีสูตรให้พระภิกษุซึ่งตนได้พบ  เหมือนเป็นการบอกใบ้  เมื่อเป็นดังนี้  ความรู้สึกยินดีก็ย่อมเกิดแก่เฉียนหลิวเป็นล้นพ้น
                พระเมื่อเห็นเฉียนหลิวมีสีหน้าเบิกบานขึ้นจึงพูดต่อ  บัดนี้ท่านผู้เป็นใหญ่ได้ทำให้แผ่นดินภาคตะวันออกและใต้นี่ร่มเย็นได้สำเร็จมีชื่อเสียงปรากฏ  เป็นที่รักใคร่เทิดทูนของประชาราษฏร์  จึงขอให้ท่านผู้เป็นใหญ่ได้อุปถัมภ์ประกาศพระพุทธศาสนาให้กว้างใหญ่ไพศาลเป็นที่ปรากฏ  ทั้งนี้เพื่อเป็นการเสริมสร้างบุญญาธิการในภายภาคหน้าด้วย  และบัดนี้พระสูตรก็ได้มาอยู่ที่นี่  จึงไม่ควรปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดไป  เพราะพระโพธิสัตว์ได้มอบภารกิจนี้ไว้  แม้จะไม่รู้ในเบื้องแรก  มารู้ตอนหลังนี้ก็ยังไม่สาย  เนื่องจากเป็นพระประสงค์ของพระโพธิสัตว์  อาตมาขอให้ข้อคิดไว้เพียงเท่านี้
                เฉียนหลิวผู้เต็มตื้นด้วยศรัทธากล่าวตอบว่า จุดมุ่งหมายที่มาที่นี่โดยความเป็นจริงแล้ว  ก็เพื่อจะได้พบพระโพธิสัตว์ผู้ประเสริฐมาปรากฏกายให้พบเห็น  และแสดงธรรมอันควรแก่เรา  เมื่อไม่ได้พบเห็นด้วยตนเองแต่ได้พบท่านแทน  นอกจากนี้ยังมีพระสูตรจากพระโพธิสัตว์มอบไว้เป็นที่ประจักษ์  ก็นับว่าเทียนจูสถานที่นี้เป็นที่ๆ อุดมด้วยมงคล  เราจึงขอสร้างหอศึกษาพระธรรมไว้ ณ ดินแดนแห่งนี้  ขอท่านอาจารย์ได้โปรดช่วยอนุเคราะห์เป็นธุระด้วย  ไม่ทราบว่าท่านอาจารย์จะมีความคิดเห็นเป็นอย่างไร?”
                พระภิกษุผู้ถูกเรียกอาจารย์  ไม่ว่ากระไร  เป็นการตอบรับเพราะศรัทธาในการสร้างหอศึกษาธรรมนั้นเป็นการดี  และผู้ที่จะทำได้ต้องเป็นอู่เยี้ยหวังเฉียนหลิว (เจ้าผู้ครองนครที่ยิ่งใหญ่)
                ประกาศิตจากปลายพู่กัน  ให้เบิกเงินทองจากคลังและการเกณฑ์ช่างไม้ปูนเพื่อสร้างหอศึกษาพระธรรมให้รุ่งโรจน์ในเทียนจูก็เริ่มขึ้น และสำเร็จเสร็จสิ้นลงด้วยดี  จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าหอศึกษาพระธรรมนี้จะไม่สวยงาม  เพราะทุกกระเบียดนิ้วถูกสร้างและสลักเสลาด้วยช่างฝีมือเอก  มันจึงเป็นสถาปัตยกรรมที่ชวนชม  และชวนศึกษาทั้งภายนอกและภายใน  สิ่งหนึ่งที่จะขาดเสียมิได้ก็คือรูปพระโพธิสัตว์กวนอิม  จากการที่เฉียนหลิวได้ฟังคำบอกเล่าจากพระภิกษุว่าพบพระโพธิสัตว์กำลังอ่านพระสูตร  ท่านจึงให้ท่านแกะสลักพระโพธิสัตว์จากแท่นหยกสีขาวบริสุทธิ์ เป็นรูปพระโพธิสัตว์ประทับนั่งอยู่บนดอกบัว  ในมือถือพระสูตร
                นับแต่นั้นก็เกิดมีรูปธรรม ปางพระโพธิสัตว์ประทานธรรม และหอศึกษาพระธรรมแห่งนี้เอง  อู่เยี้ยหวังเฉียนหลิวมักมาฟังธรรมด้วยตนเองในสูตรที่ว่าด้วยพระโพธิสัตว์  เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความเมตตา  นอกจากสร้างหอศึกษาพระธรรมแห่งนี้แล้ว  ก็ยังสร้างวัดวาอารามอันเป็นที่ประกอบศาสนกิจอีกเป็นจำนวนมาก  ทั้งนี้เพื่อประกาศพระพุทธศาสนา  ให้ครอบคลุมไปทุกลุ่มน้ำทั้งตะวันออกและตะวันตก
                วัดวาอารามน้อยใหญ่บรรดามี  จึงเกิดจากแรงศรัทธาของเฉียนหลิวทั้งสิ้น  ดังนั้นอาณาประชากรซึ่งอยู่ในปกครองของอู่เยี้ยหวังเฉียนหลิว  ต่างกล่าวกันว่า  ที่บ้านเมืองสงบสุขอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะเฉียนหลิวผู้นี้  ประชาชนจึงต่างรักใคร่เทิดทูนด้วยน้ำใสใจจริง  ชนิดไม่ต้องพูดก็รู้กันเองว่าเจ้าผู้ครองนครคนนี้เป็นผู้ที่นับถือเคร่งครัดในพระพุทธศาสนา  กิตติศัพท์นี้ขจรขจายไปในแคว้นต่างๆ ทั้งใกล้และไกล  ที่สุดแคว้นเจียงเจ๋อก็ได้รับขนานนามว่าเป็นดินแดนแห่งพุทธศาสนา  ใช่แต่ในยุคนั้นเท่านั้น  แต่ได้สืบทอดมาจนถึงปัจจุบันซึ่งเดี๋ยวนี้เป็น อำเภอซูหัง  เป็นสถานที่ที่มีคนพูดเปรียบเทียบถึงความสวยงามของซูหังว่าบนฟ้ามีสวรรค์ บนดินมีซูหัง  ประชาชนของที่นี่ล้วนเป็นพุทธศาสนิกชนทั้งสิ้น
                ขอย้อนกล่าวถึงพระโพธิสัตว์หลังจากที่พระองค์ได้ไปโปรดชี้ทางอันถูกต้องให้เฉียนหลิวปฏิบัติจนเป็นเจ้าหรืออ๋อง  ท่านก็ได้แปลงกายเป็นคนในฐานะต่างๆ ปะปนอยู่กับประชาชนทั่วไป  ทั้งนี้เพื่อชี้ทางมิให้ประชาชนประพฤติชั่วหลงทางผิด  นอกจากนี้ยังช่วยโปรดให้พ้นทุกข์  นี่คือการจาริกโปรดเวไนยสัตว์  โดยการแปลงรูปกายในสภาพต่างๆ โดยที่ประชาชนทั่วไปไม่รู้  ในวันหนึ่งได้เดินทางมาถึง จิ่วหัวซาน  ทรงแหงนหน้ามองอย่างพิจารณา  เห็นเป็นสถานที่อุดมด้วยธรรมชาติอันบริสุทธิ์  สมควรแก่การพักพิง  เทือกเขาลูกนี้มีเก้ายอด  แต่ละยอดสูงต่ำไม่เท่ากัน  รูปทรงละม้ายคล้ายดอกบัวอย่างประหลาด  เสมือนหนึ่งยอดเขาทั้งลูกถูกสวรรค์สร้างอย่างบรรจงให้เป็นดอกบัวขนาดมหึมาตระหง่านอยู่บนพื้นพิภพฉันนั้น  ด้วยเหตุนี้  ที่เขาจิ่วหัวซานจึงมีวัดที่ถูกสร้างอยู่ตามเชิงเขา  มีจำนวนอยู่ไม่น้อย  และชื่อที่เรียกว่าจิ่วหัวซานก็แปลว่า  ยอดเขามหึมาเก้ายอด ตามลักษณะภูมิประเทศ
                ลำดับนั้น พระโพธิสัตว์ทรงแปลงมาในรูปพระภิกษุผู้จาริกไปทั่ว  ตลอดทางที่เดินขึ้นเขาทรงดำริอยู่ในใจว่าจะโปรดชี้ทางสว่างให้พระภิกษุผู้ที่ยังปฏิบัติผิดทางด้วยความโง่หรือด้วยทิฐิแห่งตนให้ได้พบพระธรรมอันแท้จริง  และจะได้ประจักษ์ว่าผู้ปฏิบัติธรรมด้วยความจริงใจ  ย่อมพบพระอริยเจ้ามาช่วยชี้แนะ  ครั้นเดินมาถึงหุบเขาพลันได้ยินเสียงสวดมนต์ของคนๆ หนึ่ง  ที่สวดอย่างจริงจังแต่ยังไม่เห็นตัว  ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน พระโพธิสัตว์จึงเดินตามเสียงเพื่อให้พบผู้สวดสาธยายพระสูตรก็ได้พบพระภิกษุชาวเมืองซีฮั๋ว
                ภูเขาคือธรรมชาติอันบริสุทธิ์  มันมีบทเพลงแห่งพุทธคอยกระซิบอยู่ทุกเสี้ยวของสายลม  (อ่านต่อตอนที่ 5)

SukSanShop

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipisicing elit, sed do eiusmod tempor incididunt ut labore et dolore magna aliqua. Ut enim ad minim veniam, quis nostrud exercitation.

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

 

Copyright @ 2013 เจ้าแม่กวนอิม.