วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

พระเมตตาปาฏิหาริย์ เจ้าแม่กวนอิม ตอนที่1

พระเมตตาปาฏิหาริย์ เจ้าแม่กวนอิม ตอนที่ 1
กล่าวนำ
          วันที่ 19 เดือน 9 พระโพธิสัตว์กวนอิมเสด็จถึงเขาโปตละโลกาแห่งทะเลใต้  อันเป็นที่พำนักของพระองค์เมื่อทรงละสังขารแห่งกายมนุษย์แล้ว  ดินแดนศักดิ์สิทธ์แห่งนี้งดงามดั่งหนึ่งเกาะเนรมิตที่ส่องประกายดุจเพชรมณี รัศมีรุ่งโรจน์แผ่ไพศาล
          รอบๆ ที่ประทับของพระโพธิสัตว์ เป็นป่าไผ่ซึ่งเต็มไปด้วยไผ่สีม่วงที่ขึ้นชะลูดเสียดเมฆส่องประกายรัศมีจับตา  ที่ประทับของพระองค์นั้นเล่าก็คือบัลลังก์ดอกบัวขาว  ที่ส่องฉัพพรรณรังสีออกไปทุกทิศทุกทาง  สิ่งที่ล้อมรอบรัศมีดอกบัวขาวคือสร้อยสังวาลแห่งเมฆอันเป็นมงคลยิ่ง
          หลังจากทรงโปรดกษัตริย์เมี่ยวจวงให้พ้นทุกข์และรับเอาซ่านไฉกับหลงหนีไปพำนักด้วยกันที่ป่าไผ่สีม่วงแล้ว  ด้วยพระมหากรุณาธรรมที่จะเกื้อกูลสรรพสัตว์ใต้หล้า  พระโพธิสัตว์ทรงดำริที่จะเสด็จไปโปรดผู้คน ทุกตำบล ทุกเขตแคว้น ทั่วแผ่นดิน โดยอาศัยพระบารมีธรรมอันวิเศษยิ่งประกอบด้วยบุญฤทธิ์  ที่แสนศักดิ์สิทธิ์ มีพระมหาเมตตานุภาพเป็นอาทิ
ตอนที่ 1 บรรเทาทุกข์ในแผ่นดินจงเหวียน (จีน)
          ต่อจากนี้จะกล่าวถึงทางสงบสุขและธรรมอันยิ่งใหญ่แห่งมหายานที่อาจประสบได้ด้วยตนเอง  ในวันหนึ่งได้มีภิกษุนามว่า ซาเหมินปาถอ  เขาเป็นชาวตะวันตกที่นับถือพระพุทธศาสนา  ถือศีลพระโพธิสัตว์แห่งมหายานอันเคร่งครัดได้เดินทางมาทางตะวันออกเพื่อเผยแผ่พุทธศาสนา  แต่ก่อนที่จะมานี้ยูไลพุทธได้ตรัสปรามไว้ว่า การเดินทางครั้งนี้จะป่วยการเปล่าๆทั้งขาไปและขากลับ  แต่ภิกษุซาเหมินปาถ่อยืนยันมั่นคงในอันที่จะทำตามความปรารถนาของตน  ดังนั้น ยูไลพุทธจึงมอบหนังสือพระธรรมสูตรให้เผยแพร่ระหว่างทาง  จึงนับว่าเป็นภาระอันหนักอึ้งเพิ่มขึ้นอีกในการเดินทาง  ท่านเสียเวลาในการเดินทางเป็นเวลาหลายวันจนถึงแผ่นดินจงเหวียน  ท่องเที่ยวจาริกไปในที่ต่างๆเพื่อเทศน์สอนมหาชนในเรื่องพระศาสนา  แต่น่าเสียดายที่ภาษาของท่าน คนในแผ่นดินนี้ไม่มีใครฟังรู้เรื่อง จึงไม่เข้าใจว่าท่านพูดอะไร คนจึงไม่สนใจฟัง ผนึ่งประชาชนในแผ่นดินจงเหวียนนี้ไม่รู้จักพระพุทธศาสนา  เห็นภิกษุเหมือนสิ่งแปลกประหลาดที่อยู่ข้างทาง หากแม้นว่าพูดกันเข้าใจก็คงไม่มีใครเชื่อฟังคำที่ท่านเทศน์เด็ดขาด  ก็ดังเหตุที่กล่าวไว้ตอนต้น คือ ประชาชนไม่รู้จักพระพุทธศาสนาไม่ว่าท่านจะจาริกไปในส่วนไหนของแผ่นดินจงเหวียนก็มีแต่คนดูถูกเหยียดหยาม  เมื่อเหตุการณ์เป็นดังนี้ ท่านจึงเดินทางกลับสู่ตะวันตก ต้องผ่านภูเขาตลอดทางแต่ก็สะดวกปลอดภัยดี  วันหนึ่งบังเอิญเดินมาถึงทะเลใต้ ท่านคิดถึงพระโพธิสัตว์กวนอิมซึ่งมีข่าวว่าพำนักที่นี้  ท่านจึงตั้งจิตอธิษฐานขอคำแนะนำสักครั้ง  ด้วยจิตอันแรงกล้า  พระโพธิสัตว์ที่ประทับอยู่ก็รู้ได้ด้วยฌานอันวิเศษจึงมาปรากฏกายและถามถึงเรื่องแผ่นดินทางตะวันออกว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร  ภิกษุซาเหมินปาถอจึงเริ่มเล่าให้ฟัง  โดยหวังให้พระโพธิสัตว์กวนอิมช่วยแก้ปัญหา
          ซาเหมินปาถอเล่าว่า  ไม่อยากจะพูด ไม่อยากจะกล่าวถึง ที่นั่นอาวุธและทหารไม่แยกออกจากกัน เภทภัยเกิดขึ้นอย่างหนักใจ คนโหดเหี้ยม ทำสงครามแย่งชิงกันอยู่เนืองๆ  อาตมาเทศน์ธรรมให้เขาเหล่านั้นฟังก็ไม่รู้สึกชั่วดี ไม่เกิดผลใดๆ เขากลับว่าอาตมาป่าเถื่อน ในที่สุดพวกเขาพากันดูถูกเหยียดหยาม  อาตมาได้รับการต้อนรับเช่นนี้ก็รู้สึกท้อใจแล้ว  แต่ก็ไม่วายสงสารชีวิตคนที่ไร้ความสงบสุขจำนวนมหาศาลไม่ได้  ทุกคนเห็นกงจักรเป็นดอกบัวเอามาเทิดไว้บนหัว  นอกจากนี้ยังยึดถือลุ่มหลงในอบายมุขอย่างไม่ลืมหูลืมตา เห็นธรรมอันพาให้พ้นทุกข์ไม่มีประโยชน์จึงเดินทางกลับสู่ตะวันตกเพื่อเฝ้ายูไลพุทธ ขออันเชิญธรรมอันวิเศษแล้วกลับมายังแผ่นดินตะวันออกเพื่อเผยแผ่ธรรมอีกครั้ง  แต่ในกาลบัดนี้เป็นต้นไป ขออาราธนาพระโพธิสัตว์ผู้เปี่ยมล้นด้วยเมตตามหาเมตตา โปรดช่วยแผ่บารมีโปรดสัตว์ผู้ลุ่มหลงเหล่านี้ด้วยธรรมอันประเสริฐ เพื่อให้เขาพ้นจากกองทุกข์นั้นหนึ่ง และประกาศพระพุทธศาสนาอีกหนึ่ง
          พระโพธิสัตว์กวนอิมตรัส ดีจริง ดีจริง การเป็นเช่นนี้เพราะการปฏิบัติธรรมของท่านยังไม่บรรลุผล  มีแต่เรื่องของคำพูดอย่างเดียว ขาดธรรมอันวิเศษในตัว ประชาชนจึงไม่ฟัง  ในกาลบัดนี้ ท่านจะกลับไปนมัสการพระยูไลพุทธเพื่อคราวหน้าจะกลับมาทางตะวันออกอีก  ส่วนเราผู้มีความปราถนาแต่เดิมแล้วที่จะแสวงหาผู้ร่ำร้องให้ช่วยให้พ้นทุกข์  ได้ทราบเรื่องตลอดดังที่ท่านเล่ามา  เราไม่อาจนั่งดูดายอยู่ได้อย่างแน่นอนที่สุด จำเราจะต้องจาริกไปยังจงเหวียนสักครั้งแล้ว
          ภิกษุซาเหมินปาถอเมื่อฟังคำของพระโพธิสัตว์ผู้การุณย์แล้วได้กล่าวอำลาเพื่อเดินทางกลับทางด้านตะวันตกอันเป็นมาตุภูมิเดิมของตน  ส่วนพระโพธิสัตว์กวนอิมทรงมีบัญชาให้ซ่านไฉและหลงนี สองสาวผู้ใกล้ชิดให้ดูแลเกาะโปตละโลกา  เมื่อพระองค์สั่งงานเรียบร้อยแล้วได้แปลงกายเป็นยายเฒ่า เดินทางจากทะเลใต้มุ่งหน้าตรงมายังแผ่นดินจงเหวียน  ร่างที่แปลงนั้นมีสภาพเป็นหญิงขอทาน ตลอดทางเที่ยวเดินขอทางไปตามบ้าน  มวลเหล่าประชาชนผู้ไม่ประสาต่างก็ต้อนรับด้วยอาการแปลกๆ  แม่เฒ่ามองชาวชนบทเหล่านี้ทุกครัวเรือนไม่เหมือนกัน  ผู้ที่ต้อนรับด้วยอัธยาศัยอันงามก็มี  ผู้ที่กักขฬะหยาบช้าก็มาก  โดยเฉพาะเหล่าบรรดาบุรุษนั้น เมื่อพบพระโพธิสัตว์แปลงมาทำการสั่งสอนให้กลับตนเป็นคนดี พวกเขาก็เข้าใจในกรรมดีที่แม่เฒ่าสอน  แต่ทว่า บรรดาผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่เข้าใจและไม่รู้สึกอะไรดังจะแยกแยะให้เห็นเป็นสองส่วนคือ ชั้นสูง กับชั้นต่ำ คือผู้หญิงที่สูงศักดิ์นั้นรู้สึกตนเองมีค่าตั้งแต่เกิด จึงชอบอยู่ใกล้หนังสือโคลงกลอนบทกวีที่บรรยายความสวยงามแห่งอิสตรี ทุกวันเวลาจะคอยจัดที่อยู่ให้งดงาม  ส่วนผู้ชายชั้นสูงก็ชอบฟุ่มเฟือย เที่ยวผู้หญิงอย่างเสเพลจนเคยตัว  ชอบกระทำในสิ่งที่เลวร้ายไม่ว่างเว้น ยากที่จะให้กลับตัวพ้นจากอบายมุข  ส่วนผู้ชายและผู้หญิงชนชั้นต่ำ ไม่เพียงแต่จะไม่ฟังคำสอนจากผู้บริสุทธิ์เท่านั้น ยังปฏิเสธการสอนนั้นอย่างเด็ดขาดเสียด้วย เพราะเขารู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องพูดฟังด้วยเลย  มีแต่ความดื้นรั้นและอกัตญญู ชอบแย่งชิงและเข่นฆ่า  โดยพวกเขาไม่รู้ว่าการประกอบกรรมนั้น จะมีผลสนองตอบกลับมาหาตน  มันเป็นเรื่องที่รู้สึกน่าเวทนาอย่างยิ่ง
          พระโพธิสัตว์กวนอิมทรงแผ่พระเมตตา โดยมุ่งจะสอนธรรมแก่คนชนชั้นต่ำก่อน  พระองค์ทรงธรรมรถเข้าสู่ในกลางมณฑล และเลือกเอาบ้านที่มีห้องขนาดใหญ่สร้างด้วยหินเป็นที่ประทับ  ครั้นถึงยามรัตติกาลพระโพธิสัตว์กวนอิมก็ทรงเข้าฝันเหล่าประชาชนทั้งหลายทั้งใกล้และไกล โดยบอกให้รู้ว่าในวันหนึ่งพระโพธิสัตว์กวนอิมจะผ่านมาทางนี้เพื่อโปรดคนด้วยธรรมะ และฉุดให้พ้นจากทุกข์ภัยอย่างเด็ดขาด พวกเจ้าจงเตรียมใจไว้คอยพบ อย่าปล่อยให้ผ่านหน้าไปโดยคาดไม่ถึง  เมื่อพูดจบพระโพธิสัตว์ก็หายลับไปจากห้วงฝันของมวลประชาชนซึ่งหลับต่อไปอย่างสบายอารมณ์
          ครั้นวันรุ่งขึ้น เหล่าประชาชนพากันพูดถึงความฝันให้กันฟัง โดยต่างคนต่างเล่าว่าเมื่อคืนตนฝันว่าอย่างไร เมื่อฝ่ายหนึ่งเล่าจบฝ่ายที่ฟังก็บอกว่าเหมือนกับที่ตนฝันไม่ผิดเพี้ยน ทุกคนพากันแปลกใจที่ฝันเหมือนกัน ต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา  หัวใจของทุกคนต่างหวังอย่างยิ่งที่จะคอยพบพระโพธิสัตว์  แต่ไม่มีใครรู้ว่าพระโพธิสัตว์แปลงกายมา  แน่นอนทุกคนย่อมไม่รู้จักว่าพระโพธิสัตว์จะเป็นคนหน้าตาอย่างไร นอกจากนี้ยังไม่รู้ว่าพระองค์แปลงมาเป็นคนชั้นไหนในอันที่จะมาโปรดมวลชน  ด้วยเหตุนี้จึงมีการตั้งข้อสังเกตมากมาย เพราะพวกเขาไม่รู้จักพระโพธิสัตว์ หากได้พบบุคคลใดมีข้อน่าสงสัยว่าไม่ใช่คนธรรมดาก็จะเหมาเอาว่าเป็นพระโพธิสัตว์ ทุกคนจะพากันมากราบไหว้บุคคลนั้น  คนที่ได้รับการกราบไหว้จะรู้สึกงงและพิศวง ต้องอธิบายกันยกใหญ่ให้เข้าใจ ทำให้กลายเป็นเรื่องชวนหัวเราะเช่นนี้อยู่หลายวัน  คนที่ถูกทักเป็นพระโพธิสัตว์มีจำนวนไม่น้อย แต่ก็ไม่พบพระโพธิสัตว์ตัวจริงมาเลยสักที  เมื่อเป็นเช่นนี้อยู่เสมอๆ ใจของผู้ศรัทธาเริ่มไขว้เขว  คราวนี้ถึงแม้จะพบคนที่มีลักษณะที่น่าสงสัยว่าจะเป็นพระโพธิสัตว์ก็ไม่กล้าเข้าไปกราบไหว้
          เวลานี้พระโพธิสัตว์กวนอิมก็ยังคงแปลงกายอยู่ในรูปของแม่เฒ่าผู้เข็ญใจเช่นเดิม  เที่ยวขอทานอยู่ในเมืองบ้านโน้นบ้านนี้ แต่ไม่มีใครเลยสักคนที่คิดสงสัยหรือใส่ใจ  ในปีนี้ดินฟ้าอากาศแห้งแล้งมาก  หลังจากฤดูร้อนผ่านไปแล้วเป็นเดือน ก็ยังไม่ปรากฏว่าจะมีฝนตก  ข้าวกล้าในนาพากันเหี่ยวเฉา ชาวนาได้รับความแร้นแค้นอย่างที่สุด ต้องหาน้ำทั้งวันทั้งคืนแต่ก็ไม่เพียงพอ  มองสภาพภัยแห่งความแห้งแล้งครั้งนี้ คงเป็นเพราะพระพิรุณไม่ประทานฝนให้ตกลงมา ไปทางไหนเห็นแต่ดินแตกระแหงและเม็ดทราย  เหล่าชาวนาพากันวิตกโศกเศร้าจนพูดอะไรไม่ออก  ใช่แต่ชาวนาที่เป็นทุกข์ แม้แต่คนในเมืองก็วิตกทุกข์ร้อนถึงผลผลิตในปีนี้เช่นกัน
          เมื่อพระโพธิสัตว์กวนอิมถือบาตรเพื่อบิณฑบาต จะได้ช่วยชาวนาและชาวบ้านให้พ้นภัยครั้งนี้  ชาวบ้านพากันพูดว่า แห้งแล้งฝนไม่ตกเช่นนี้ คงหวังอะไรไม่ได้ในปีนี้ ลำพังตนเองก็ทุกข์ยากจนเอาตัวแทบไม่รอดในแต่ละวัน  แล้วจะมีของอะไรเหลือมาให้แม่เฒ่าได้เล่า?”
          พระโพธิสัตว์หายใจเฮือกหนึ่งก่อนตอบ ฝนแล้งความจริงเป็นเคราะห์ภัยจากสวรรค์  เหตุทั้งนี้เพราะคนนี่เองทำให้เป็นไป ท่านลองพิจารณาชาวเมืองว่าเป็นอย่างไร หากเคารพต่อฟ้าดิน มีศีลกระทำแต่ความดี บรรเทาการฆ่าฟัน  กลับมานับถือพระพุทธ  เจ้าบนสวรรค์ก็จะกำจัดทุพภิกขภัยครั้งนี้ ท่านก็ไม่ต้องรับความทุกข์ยาก!  แต่นี่เราเป็นหญิงชราผู้ทุกข์ยากคนหนึ่ง เดินขอทานมาตลอดทางขอความช่วยเหลือมาหลายสิบบ้าน แต่ก็ไม่เคยได้รับความช่วยเหลือแม้ข้าวสารสักเม็ดหรือข้าวเปลือกสักเม็ดก็ยังไม่มีให้  จึงเห็นเต็มตาแล้วว่าประชาชนเหล่านี้ล้วนเป็นผู้ไม่มีจิตใจเอื้ออารี  คนที่ไม่มีจิตจะทำความดีจึงต้องรับโทษจากสวรรค์โดยทำให้ฝนแล้ง ใครจะคัดค้านปฏิเสธว่าไม่จริงเล่า?”
          ขณะนั้นมีผู้อาวุโสท่านหนึ่งแซ่หลิวนามว่า ซื่อเสียน ได้ฟังแม่เฒ่าโพธิสัตว์กล่าวเช่นนั้นก็รู้สึกใจเต้นแรง คิดอยู่ในใจว่าแม่เฒ่าผู้นี้ชะรอยคงจะเป็นพระโพธิสัตว์แปลงมากระมัง  จำที่ตนจะต้องถามไถ่ให้ได้ความ  เมื่อคิดได้เช่นนี้ก็ออกมาคำนับแม่เฒ่าตามธรรมเนียมและกล่าวว่า ท่านแม่เฒ่าพบอะไรผิดปกติอย่างยิ่ง จึงได้กล่าวคำพูดนั้น เหตุเพราะเหล่าประชาราษฎร์ไม่ตั้งมั่นอยู่ในศีลในธรรมอันดี จึงเกิดทุพภิกขภัยอากาศแห้งแล้งอยู่ในทุกวันนี้  ดังนั้นจึงขอให้พวกเราชาวประชาทั้งหลายกลับตัวกลับใจเสียใหม่  หาไม่แล้วภาวะอากาศแห้งแล้งครั้งนี้คงจะไม่มีใครช่วยได้
          พระโพธิสัตว์ตอบ การกล่าวเช่นนั้นก็ยังไม่ถูกต้องนัก เพราะสวรรค์นั้นมีเมตตาหาที่สุดมิได้  เพียงแต่ต้องการให้คนมีความซื่อสัตย์กลับใจมากลัวบาป สร้างแต่ความดีมีคุณธรรมอยู่ในหัวใจ  ความชั่วร้ายต่างๆที่จะเกิดขึ้น ย่อมพ่ายแพ้แก่ความดี  และสวรรค์ย่อมไม่ทอดทิ้งไป หากประชาชนเหล่านี้กล่าวอธิษฐานว่า นับจากวันนี้เป็นต้นไปจะกลับตัวกลับใจเสียใหม่ ในจิตใจจะมุ่งแต่ความดี ภัยจากความแห้งแล้งที่ผจญอยู่ก็ยังไม่อาจขจัดไปด้วยธรรมเพียงอย่างเดียว!”
          หลิวซื่อเสียนได้ฟังคำกล่าวเช่นนั้น ไม่ถามอะไรต่อไป กลับคุกเข่าลงกราบแทบเท้าพระโพธิสัตว์ จากนั้นจึงกล่าวขึ้นว่า พระโพธิสัตว์กวนอิมผู้มากด้วยเมตตากรุณาได้แปลงกายมาชี้ทางธรรมอันชอบ  แต่บรรดาพี่น้องผู้เป็นปุถุชนไม่อาจรู้จักหรือรู้สึกถึงพระเมตตาได้ง่าย  มีหลายครั้งที่พวกเขาได้กระทำการล่วงเกิน เดชะบุญที่ได้มาฟังธรรม จิตใจที่มืดมิดเริ่มเห็นแสงสว่าง จึงพากันกราบพระโพธิสัตว์ผู้ทรงแผ่เมตตา พระกรุณาและบารมีธรรมอันยิ่งใหญ่  ได้โปรดบันดาลฝนให้ตกอย่างเพียงพอเพื่อบรรเทาทุกข์ภัยจากความแห้งแล้ง  จากนั้นบรรดาลูกหลานจะทำการสร้างตำหนักเพื่อถวายพระโพธิสัตว์เอาไว้เตือนสติเมื่อเกิดความโง่เขลาดื้นรั้นในอันที่จะทำชั่ว จะได้กลับใจกระทำแต่ความดี  นอกจากนี้ยังหวังให้พระโพธิสัตว์เมตตาประทับอยู่ในตำหนักนี้ตลอดไป หลิวซื่อเสียนกล่าวจบก็คุกเข่าเอาหัวโขกพื้นอันเป็นการแสดงความจริงใจและเคารพสูงสุด
          พระโพธิสัตว์ตรัสตอบ ท่านแซ่หลิวเอย...จะหาผู้มีน้ำใจอันสัตย์ซื่อเช่นท่านนั้นยาก ที่สู้อุตส่าห์วิงวอนแทนบรรดาผู้ทุกข์ยาก จึงเห็นได้ว่าท่านเป็นผู้มีจิตใจที่ไม่เห็นแก่ตัว แต่ในตอนนี้เรายังไม่รับปากที่จะช่วย  แต่เราจะพิจารณาทิฐิความโง่ของคนเหล่านี้ดูก่อน  แล้วพรุ่งนี้ตอนเช้าเวลาสามโมง เราจะปรากฏตัวเพื่อบันดาลฝนให้ตกอย่างเพียงพอด้วยธรรมบารมี  ขอให้เรียกพวกเขามาพบกันพุทธบารมีธรรมอันไพศาลหาที่สุดมิได้ เพื่อพวกเขาจะได้เกิดความศรัทธาในจิตใจ และเจ้าจงมุ่งกระทำแต่ความดีอย่าให้เสื่อมสลายไปโดยง่ายเลย หลิวซื่อเสียนก้มลงกราบอีกเมื่อพระโพธิสัตว์กล่าวจบลง  และร่างพระโพธิสัตว์ก็ค่อยๆเลือนหายไป
          หลิวซื่อเสียนได้ประกาศแก่สาธารณชนถึงการได้พบสนทนากับพระโพธิสัตว์  แต่คนเหล่านั้นก็มีปัญหาและตั้งปัญหาว่าเวลากลางวันแสกๆพระโพธิสัตว์มาปรากฏกาย  แต่ทำไมมีเพียงหลิวซื่อเสียนได้พบ  แต่พวกเขาทั้งหมดกลับไม่มีใครพบเห็นเลยหลิวซื่อเสียนตอบไปว่า พูดถึงเรื่องเห็นพวกท่านก็ได้เห็นอยู่หลายคราแล้วแต่ตาเนื้อธรรมดามองไม่ออกเท่านั้นเอง  เมื่อสักครู่มีหญิงชราถือหม้อเก่าๆเที่ยวขอทาน  นั้นแหละคือพระโพธิสัตว์ผู้แปลงมาล่ะ?”
          ชาวประชาเหล่านั้นล้วนเคยได้พบเห็นหญิงชราที่ว่านั้นแทบทุกคน เพียงแต่คาดไม่ถึงว่าจะเป็นพระโพธิสัตว์ จึงมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย ต่างพากันเสียใจและตำหนิติโทษตนเอง แต่ก็สายไปเสียแล้ว  เหตุแห่งธรรมอันพิสดารทั้งมวล เกิดขึ้นต่อหน้าก็ไม่รู้จัก (อ่านต่อตอนที่ 2)

SukSanShop

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipisicing elit, sed do eiusmod tempor incididunt ut labore et dolore magna aliqua. Ut enim ad minim veniam, quis nostrud exercitation.

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

 

Copyright @ 2013 เจ้าแม่กวนอิม.