วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

พระเมตตาปาฏิหาริย์ เจ้าแม่กวนอิม ตอนที่2

พระเมตตาปาฏิหาริย์ เจ้าแม่กวนอิม ตอนที่ 2

ตอนที่ แจกันกิ่งหลิวช่วยขจัดภัยแล้งและการขายปลาสดที่ผันแปร

                ชาวบ้านที่ได้ฟังคำบอกเล่าของหลิวซื่อเสียนว่า หญิงชราที่ถือหม้อเที่ยวขอทานนั้น ที่แท้คือพระโพธิสัตว์กวนอิมแปลงกายมา  ต่างพากันรู้สึกหวาดเกรงอย่างประหลาด  ก็เมื่อครู่ยังเห็นเดินผ่านไปแต่ไม่มีใครรู้ว่าหญิงชราผู้เข็ญใจ ที่แท้คือพระโพธิสัตว์กวนอิม  มีบางคนรู้สึกโกรธตนเองที่มีตาแต่มองไม่เห็นเขาพระสุเมรุที่เดินผ่านหน้าไป  มีบางคนรู้สึกเกลียดตัวเองที่ไม่เสียสละให้ท่าน  บกพร่องและปฏิเสธในการทำบุญ พวกเขาสำนึกและเสียใจ แต่ก็รู้สึกศรัทธา  มันเป็นความรู้สึกที่ยากยิ่งที่จะอธิบายได้
                หลังจากหลิวซื่อเสียนผู้อาวุโสได้กล่าวว่าพระโพธิสัตว์จะแผ่เมตตาช่วยขจัดทุกข์ภัยเพราะเป็นพระประสงค์  และเรื่องการไม่เคารพนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อย  พระองค์ไม่ถือเป็นบาป  แต่เมื่อทราบก็ขอเพียงให้มีจิตใจเชื่อมั่นและศรัทธาเป็นใช้ได้  และการที่พระโพธิสัตว์จะปรากฏร่างในวันรุ่งขึ้นตอนสามโมงเพื่อประทานฝน  ท่านคิดดูซิว่าเวลานั้นผู้ที่คอยความเมตตาเป็นอย่างไร  มันคงไม่ผิดอะไรกับสายฝนที่หลั่งลงมากระมั!  ที่พวกเขาได้ฟังคำพูดเช่นนี้ก็เกิดความปลื้มปีติ  เวลาไม่นานคนทั้งเมืองก็รู้สึก  จากหนึ่งเป็นสิบ  จากสิบเป็นร้อย  ข่าวนี้กระจายอยู่ทั้งวันจนค่ำคืน ประชาชนทั้งสี่มุมเมืองตลอดทั่วทั้งแปดทิศต่างรู้ข่าวนี้  ไม่มีใครเลยสักคนเดียวที่จะไม่แสดงความยินดี
                ครั้นถึงเช้าวันรุ่งขึ้น ชาวนาหยุดไถคราด  ผู้หญิงหยุดทอผ้า  ร้านค้าต่างพากันปิด  คนทั้งหลายเหล่านี้พากันจุดธูปเทียนด้วยความศรัทธาเป็นที่สุด  ด้วยว่าต่างแหงนคอมองบนท้องฟ้าอันว่างเปล่าด้วยดวงตาอันจดจ่อ  แทบไม่กล้ากระพริบ  มองไปมองมา  ก็มองไปทางเขาไถ่ซื่อซานที่อยู่ไกลลิบๆ ได้มีเมฆสีขาวก้อนหนึ่ง  ค่อยๆ ลอยออกมาแล้วแผ่ขยายกว้างขึ้น  ยิ่งลอยมาใกล้ก็ยิ่งใหญ่ขึ้น  ทันใดได้เห็นสิ่งหนึ่งในเมฆขาว  สวรรค์เปิดเป็นแนว  ได้ปรากฏมีร่างคนสูงหกศอกมีรัศมีสีทองเปล่งออกมา  บนศีรษะสวมหมวกเพชร  ร่างกายห่มด้วยผ้ากาสาวพัสตร์  ในมือถือแจกันหยกขาว  ในแจกันนี้มีน้ำทิพย์และกิ่งหลิว  ยืนอยู่บนก้อนเมฆด้วยเท่าเปล่า  ส่งรัศมีกระจายไปทั่วท้องฟ้า  ประชาชนทั้งหลายได้เห็นเหตุการณ์เช่นนี้ต่างพร้อมใจกันก้มลงกราบเหมือนนัดกันไว้  ปากก็ท่องแต่คำว่าพระโพธิสัตว์กวนอิมๆๆๆ เหมือนกันทุกคน  และยกมือขึ้นพนมอยู่ในท่าไหนก็ท่านั้น ทุกสายตาจับไปยังภาพธรรมกายพระโพธิสัตว์  เห็นพระองค์จับกิ่งหลิวในแกกันออกมาแล้วประนมไปยังตะวันออก ตะวันตก เหนือและใต้  ที่มีพื้นนาเต็มไปด้วยข้าวกล้าที่เหี่ยวเฉา  พูดแล้วก็สุดแสนมหัศจรรย์  พลันมีเมฆลอยมาจากทิศทั้งสี่และกลายเป็นฝนตกลงมาเหมือนฟ้ารั่วเป็นเวลาครึ่งวัน  ครั้นฝนหยุดตกท้องฟ้าก็แจ่มใส  ธรรมกายของพระโพธิสัตว์ได้อันตรธานมองไม่เห็นอีก
                หลังจากการปรากฏกายของพระโพธิสัตว์ในครั้งนี้บรรดาประชาชนทั้งหลายต่างเชื่อในพระพุทธธรรมว่ามีผลจริง  จึงสร้างรูปจำลองพระโพธิสัตว์เพื่อเคารพบูชาไว้บนเขาไถ่ซื่อซาน  อันเป็นจุดที่เจ้าแม่เริ่มปรากฏกาย  และที่นั่นมีถ้ำอันงดงามอยู่ถ้ำหนึ่งจึงเรียกกันต่อมาว่า  ถ้ำกวนอิมและในปัจจุบันก็ยังเรียกถ้ำนั้นเช่นนี้อยู่!  การปรากฏพระวรกายของพระโพธิสัตว์กวนอิมครั้งนี้เป็นครั้งแรกและแสดงพระเมตตาอันยิ่งใหญ่  ซึ่งเป็นคุณสมบัติของพระโพธิสัตว์ที่ต้องพิจารณาช่วยเหลือด้วยพระองค์เองอย่างบริสุทธิ์  เวลานี้จึงได้มีตำหนักหรือศาลเจ้าพระโพธิสัตว์ซึ่งมีจิตคอยสอดส่องเสียงร้องของผู้มีความทุกข์สืบต่อมามากมาย  ทั้งนี้เพื่อเป็นตัวอย่างให้คนมีเมตตาต่อกันด้วย  มาถึงในราชวงศ์ถังจึงได้มีการแปลพระสูตรออกมาเป็นครั้งแรกซึ่งสืบทอดอยู่ในศาสนาพุทธฝ่ายมหายานจนถึงบัดนี้
                วกกลับมาพูดถึงพระโพธิสัตว์  เมื่อได้เรียกฝนและสอนสั่งหลิวซื่อเสียน  ในขณะนั้นได้มีลูกหลานของสกุลหลิวพากันปฏิบัติธรรมสร้างความดีอย่างไม่มีอะไรมาหยุดยั้งได้
                ณ บัดนี้พระโพธิสัตว์นั่งเพ่งปริสุทธิฌาน  ใช้หูของพระองค์ฟังสรรพทุกข์ของหมู่สัตว์  พระโพธิสัตว์ก็รู้สึกว่าฝั่งทะเลทางทิศตะวันออก ซึ่งประกอบด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่อันเป็นที่อาศัยของหมู่ชน  ทุกคนอยู่อย่างคนไร้ศาสนา  ไม่รู้จักกรรมดีมีสภาพจิตใจไม่ต่างจากสัตว์ซึ่งน่าเวทนาสงสารยิ่ง  พระโพธิสัตว์จึงเสด็จออกจากที่ประทับมุ่งตรงไปยังฝั่งทะเลตะวันออกทันที  พระโพธิสัตว์รู้ดีว่าตรงไหนเป็นสถานที่ที่มีอาชีพเกี่ยวกับการประมง  ดังนั้นจึงได้แปลงกายเป็นหญิงมีลักษณะเหมือนชาวประมงเกล้าผมเป็นมวยบนศีรษะ  สวมเสื้อกระโปรงตัวผ้าสีกรมท่า (น้ำเงินเข้ม) เท้าทั้งคู่ไม่สวมอะไรเหมือนเคย  แต่คราวนี้แปลงเป็นหญิงที่มีรูปร่างลักษณะงดงามยิ่ง  ในมือหิ้วตระกร้าใส่ปลา  ในตระกร้ามีปลาเป็นขังอยู่หลายตัว  พระโพธิสัตว์แปลงได้เข้าไปปะปนอยู่กับชาวประมง  แล้วเข้าตลาดขายปลา  คนในตลาดพากันมองผู้หญิงขายปลาที่มีรูปกายงดงามหาที่ติไม่ได้ ด้วยเหตุนี้จึงมีคนมาซื้อปลาจากเธอมากมาย  แต่ทว่าพระโพธิสัตว์กลับบอกแก่ผู้มาซื้อปลาว่า พวกท่านซื้อปลาของเราไปทำอะไรที่บ้าน ผู้ซื้อปลาตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า  ซื้อปลาไปทำกับข้าวและผัดผัก  สาวขายปลาส่ายศีรษะแล้วพูดว่า แต่เรามิได้มีจุดประสงค์ให้ทำเช่นนั้น  ไม่ต้องการให้เป็นอาหารของปากคน  หากท่านต้องการเอาไปทำกับข้าวกับปลาเชิญไปซื้อที่อื่น  ปลาของเราจะขายให้แก่คนที่ซื้อไปปล่อยเท่านั้น  ชาวตลาดฟังคำพูดของแม่ค้าปลาก็อดหัวเราะในความโง่เขลาเสียมิได้  เพราะปลาและกุ้งนี้โดยปกติก็เป็นอาหารของคน  หากมีใครมาพูดว่าปล่อยปลาไว้ชีวิตหรือซื้อปลาเอามาปล่อย  มันก็ไม่ผิดอะไรกับการเอาเงินทองมาโยนทิ้งทะเล  ซึ่งเป็นจำนวนเงินไม่น้อย  เมื่อเป็นอย่างนี้ผู้ที่มาซื้อปลาจึงเดินจากไปโดยไม่ซื้ออย่างเงียบๆ
                พอตกค่ำพระโพธิสัตว์ก็อาศัยอยู่กับคนที่ขายของอยู่ริมทะเล  วันรุ่งขึ้นก็ถือตระกร้าใส่ปลาใบเก่าเข้าตลาด แต่หาคนซื้อไม่ได้เหมือนวันแรก  จนเวลาผ่านไปหลายวันจึงได้มีผู้ใจดีคนหนึ่งเป็นคนในสกุลหม่า  คนขายปลาในตลาดรู้จักดีเพราะชอบซื้อปลาตัวผู้  เขาเห็นพระโพธิสัตว์ขายปลาทุกวันแต่ขายไม่ได้สักวัน  และทุกวันในตะกร้าก็มีปลาตัวเล็กๆอยู่เพียงสองตัว  มันถูกวางอยู่ในนั้นโดยไม่มีน้ำแต่ไม่รู้จักตาย  หม่าลิ่งคนซื้อปลาอดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้  เขาจึงเฝ้าสังเกตแต่ก็ไม่เห็นมีสิ่งใดผิดสังเกต  หม่าลิ่งรู้สึกสงสัยไม่น้อยในตลาดขายปลาแห่งนี้จะมีคนขายปลามามากมาย  จึงมีคนหลายคนมาหลงรักแม่ค้าขายปลาคนสวยคนนี้สุดหัวใจ  ไม่ช้าคนทั้งหลายเหล่านั้นก็พากันสารภาพรักและขอแต่งงานเพื่อเป็นคู่ชีวิต  คนที่พูดอย่างนี้มีเกินกว่ายี่สิบคน  ในจำนวนนั้นก็มีหม่าลิ่งรวมอยู่ด้วยคนหนึ่ง  แต่พระโพธิสัตว์ก็ไม่ได้ตอบปฏิเสธหรือติติงให้พวกเขาต้องอับอาย  ตรงกันข้ามกลัมพูดด้วยปิยะวาจากับคนที่มาสารภาพรักว่า ผู้หญิงคนหนึ่งจักมีสามีได้คนเดียว  นี่เป็นสิ่งที่สวรรค์กำหนดและเป็นประเพณีอันดีงาม  ดังนั้นเราผู้เดียวมีร่างกายเพียงหนึ่งย่อมไม่สามารถทำตามความต้องการของท่านยี่สิบกว่าคนได้แน่นอน!  เมื่อเป็นเช่นนี้เราจึงขอตั้งเงื่อนไขไว้เพื่อจะได้เลือกไม่ผิดคน  แต่ไม่รู้ว่าพวกท่านจะสามารถปฏิบัติตามได้หรือไม่  ชายผู้มาติดเนื้อต้องใจต่างรับคำว่าได้ด้วยหมายจะเอาผู้หญิงผู้งดงามนี้เป็นภรรยาให้ได้  จึงเป็นธรรมดาอยู่นั่นเองที่จะต้องลองแข่งกันดู
                พระโพธิสัตว์จึงเริ่มปริศนาธรรม โดยกล่าวว่า เราชอบสอนคนสวดมนต์และปัจจุบันก็ยังคงทำการสอนอยู่เป็นนิจศีล  เราแนะนำดังนี้เพื่อให้ท่านทั้งหลายมีสัมมาทิฐิ  และหากทำตามเช่นนี้ได้ทุกเวลาตอนเย็น  โดยสวดอย่างจริงจังเราจะยอมแต่งเป็นภรรยาคนที่เคร่งครัดที่สุด  ชายผู้ตกหลุมรักเหล่านั้นต่างรีบบอกให้เธอช่วยสอนทันที  พระโพธิสัตว์จึงเริ่มสอนโดยมอบพุทธมนต์คำต่อคำให้สวดตาม  ชายเหล่านั้นพากันสวดตามๆ กัน  จบบทหนึ่งก็ต่ออีกบทหนึ่ง  กลับไปกลับมา  เสียงสวดจึงดังไม่ขาดสาย  คนที่หัดสวดล้วนมีจุดมุ่งหมายอย่างเดียวกัน  คือต้องพยายามสวดให้ได้เพื่อจะได้เป็นเจ้าบ่าว  แต่ทว่าพรสวรรค์ของแต่ละคนย่อมมีสูงมีต่ำแตกต่างกันบางคนก็ทำได้เพียงชั่ววันเดียว  แต่บางคนตั้งหลายวันก็ยังสวดไม่ได้ที่สุดก็มีเหลืออยู่แค่ครึ่งเดียวที่สวดได้  ส่วนอีกครึ่งหนึ่งสวดไม่ได้  แต่ก็ยังไม่ละความพยายาม
                ส่วนที่ทำตามกติกาได้  เริ่มทวงสัญญาในอันที่จะได้แต่งงานกับแม่ค้าปลาคนสวนหรือพระโพธิสัตว์แปลง  เพราะเธอได้สัญญาว่าหากพวกเขาสามารถท่องบ่นสังวัธยายยามนต์ได้คล่อง  เธอก็จะแต่งงานด้วยและนี่พวกเขาก็ทำตามได้ โดยท่องได้อย่างคล่องแคล่ว  แม่ค้าปลาคนงามก็สมควรที่จะแต่งงานกับพวกเขาโดยไม่มีการบิดพลิ้ว  ทุกคนพูดอย่างนี้เป็นเสียงเดียว  แต่พระโพธิสัตว์บอกให้พวกเขาหยุดพูดและกล่าวว่า ให้พวกท่านสงบก่อน  เรายังจะต้องทดสอบเพื่อคัดเลือกอีก  เพราะที่กล่าวว่าสัมมาทิฐินั้นความจริงเป็นสิ่งแรกในพระพุทธศาสนา  ฝึกง่ายและปฏิบัติก็ไม่ยาก ไม่ต้องนับจำนวนครั้งที่ปฏิบัติ  และตอนนี้จะเปลี่ยนเป็นวชิรสูตร  ขอให้ท่องตามเรา  หากท่องได้ในคืนเดียวเหมือนกับที่เราท่องให้ฟัง  เราจะยอมแต่งงานเป็นภรรยา  ชายที่ลุ่มหลงเหล่านั้น เมื่อได้ยินคำกล่าวให้ความหวังรู้สึกยินดีขึ้นมาอีก  รีบบอกให้พระโพธิสัตว์ท่องปากเปล่าให้ฟัง เพื่อพวกตนอีกสิบกว่าคนจะได้สงบใจหัดท่องตาม  ชนิดคำต่อคำวชิรสูตรนี้ไม่เหมือนมงคลสูตรที่ว่าด้วยสัมมาทิฐิซึ่งง่ายกว่ามาก  พวกเขาหัดฝึกท่องไปหนึ่งคืน  ในจำนวนสิบกว่าคนที่ท่องด้วยกันมีอยู่เพียงสี่คนเท่านั้นที่ท่องได้  ส่วนที่เหลือนอกนั้นล้วนท่องไม่ได้เป็นอันต้องตกรอบไป  และคนสี่คนนี้ก็รีบเร่งรัดโดยพูดว่า  คนสวนเอ๋ย...ตอนนี้พวกเราเหลือเพียงสี่คนเท่านั้น  ท่านควรจะแต่งงานกับใครคนใดคนหนึ่งโดยพูดไปให้เด็ดขาด  พวกเราจะได้ไม่ต้องแย่งชิงกัน
                พระโพธิสัตว์กล่าวว่า ยัง ยังก่อน  เรากับท่านพวกนั้นยังมีจิตใจที่ผูกสมัครต่อกัน  แล้วทำไมเราต้องกระทำอันโหดร้าย  ทำให้คนเก่งอีกสามคนต้องเสียใจด้วย  ดังนั้นเพื่อความยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย  ขอให้ทำตามประสงค์ของเราโดยเราจะคัดเลือกอีกสักครั้ง  ดูซิว่าเราควรเป็นภรรยาของใคร  คนทั้งสี่ที่เหลือจากการคัดเลือก ไม่มีทางเลือกจำต้องทำตามที่พระโพธิสัตว์แปลงบอก  และอดที่จะเสียดสีมิได้ว่า  มงคงสูตร  แล้วก็วชิรสูตร และต้อนนี้วชิรสูตรก็ท่องได้หมดแล้วไม่รู้ว่าจะเล่นเอามนต์บทไหนงัดออกมาอีก!  แต่เอาเถอะไหนๆ ก็มาถึงขั้นนี้ขอเชิญท่านรีบท่องนำเถิด
                พระโพธิสัตว์ยิ้มน้อยๆ ที่เห็นพวกเขาเริ่มหงุดหงิดแล้วจึงตอบออกไป พวกท่านช่างรีบร้อนไม่สำรวม  อยู่ไม่สุขเหมือนลิง  บทที่เราจะบอกสวดตามต่อไปนี้ไม่เหมือนสองบทแรก  แต่ก็เป็นพระสูตรอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาแห่งมหายานมีชื่อเรียกว่าสัทธรรมปุณฑริกสูตร เราจะใช้บทนี้สอนพวกท่านสวด  หากสามารถสวดได้ภายในสามวันเราจะยอมแต่งงานเป็นภรรยา  สี่คนเก่งที่เหลือรับปากทันทีด้วยหมายจะเอาเป็นเมียให้ได้
                จากนั้นพระโพธิสัตว์ก็เริ่มสอนให้สวดด้วยปากปล่าว  โดยคำต่อคำเหมือนครั้งก่อนๆ หลับตาแผล็บเดียวก็ถึงกำหนดสามวันแล้วปรากฏว่าผู้ที่สามารถท่องได้ตั้งแต่ต้นจนจน มีเพียงหม่าลิ่งผู้เดียวเท่านั้น  ส่วนที่เหลืออีกสามคนทำไม่ได้ถึงกับคอตกเศร้าซึมไป  และไม่พูดอะไรตอนนี้เองพระโพธิสัตว์แปลงได้บอกให้หม่าลิ่งกลับไปเตรียมจัดงานแต่งงานให้เรียบร้อย
                ครั้นเมื่อเข้าหอ  หญิงสาวผู้งดงามเป็นที่ต้องตาพึงใจของชายหนุ่มทุกคนที่แท้คือ พระโพธิสัตว์แปลงร่างมา  บัดนี้ได้แปลงสภาพจากหญิงสะคราญมีชีวิตชีวากลายเป็นซากศพ  และกำลังเน่าเปื่อยขึ้นมาในทันทีทันใด  หม่าลิ่งชายผู้โชคดีกำลังปรีเปรมในตัวของสาวงามในเบื้องแรก บัดนี้ไม่เหลือความยินดีอยู่เลยแม้แต่สักน้อย  นอกจากจะยังไม่ทันได้เป็นเมียจริงๆ เท่านั้น  ยังต้องเป็นภาระนำศพกำลังขึ้นอืดไปฝังอีก
                บรรดาชายผู้โชคร้ายในตอนแรก  เมื่อได้ยินข่าวนี้ก็ให้รู้สึกยินดีถึงกับฉลองกันเป็นการใหญ่  ทิ้งความทุกข์ระทมที่มีไปจนสิ้น  นี่แหละมนุษย์ผู้เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา  ส่วนหม่าลิ่งเมื่อได้เจอเหตุการณ์เช่นนี้  เสียใจมากถึงกับสาบานว่าจะไม่ยอมมีเมียอีก  เขาคงทำงานที่เคยทำแต่หากมีเวลาว่างเขาจะท่องพระสูตรทั้งสาม  ตามที่พระโพธิสัตว์เคยสอนเป็นการสวดแก้กลุ้ม  ทว่ามันมีผลทำให้หม่าลิ่งค่อยๆ รู้สึกซึ้งในรสของพระธรรมที่ตนสวด
                กล่าวถึงพระโพธิสัตว์เมื่อถอดร่างจากสาวสวยแล้วเป็นระยะเวลาประมาณหนึ่งเดือน  ก็ได้พบว่าหม่าลิ่งเริ่มรู้ถึงรสพระธรรมขึ้นมา  พระโพธิสัตว์กวนอิมจึงแปลงกายเป็นพระภิกษุรูปหนึ่งเดินทางไปพบกับหม่าลิ่ง  และสนทนากันถึงเรื่องพระธรรมชี้แนะในจุดที่ไม่เข้าใจ  ผลที่สุดก็พูดถึงเรื่องผู้หญิงที่เขาแต่งงานด้วย  หม่าลิ่งก็เล่าให้ฟังโดยไม่ปิดบัง
                เมื่อหม่าลิ่งเล่าจบลงพระโพธิสัตว์พูดตอบ ท่านรู้หรือปล่าวว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกั?  ความจริงเธอคือพระโพธิสัตว์แห่งเกาะโปตละโลกาที่อยู่ทางทะเลใต้ล่ะ!  เธอมาปรากฏกายที่นี่ก็เพื่อเปลี่ยนความรู้สึกและความเชื่ออันงมงายที่ลุ่มหลงอยู่แต่กิเลสของท่าน  เราพูดเช่นนี้ท่านก็คงจะยังไม่เชื่อ  เราไปสุสานด้วยกันเพื่อขุดพิสูจน์ดูจะได้รู้ว่าเป็นอย่างไรและเข้าใจเสียที”  หม่าลิ่งเมื่อได้ฟังพระโพธิสัตว์ผู้แปลงมาในรูปพระกล่าวท้าเช่นนี้  ก็ไม่รอช้ารีบจัดการหาจอบตรงไปยังสุสานพร้อมพระรูปนั้น
                ครั้นมาถึงก็ไม่รอช้ารีบลงมือขุดดูทันที  สิ่งที่ประจักษ์แก่สายตาเมื่อเปิดฝาโลงขึ้นดู มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ
                พระพุทธธรรมนั้นบริสุทธิ์  ย่อมสามารถช่วยสัตว์โลกให้พ้นทุกข์ได้  (อ่านต่อตอนที่ 3)

SukSanShop

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipisicing elit, sed do eiusmod tempor incididunt ut labore et dolore magna aliqua. Ut enim ad minim veniam, quis nostrud exercitation.

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

 

Copyright @ 2013 เจ้าแม่กวนอิม.