วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

พระเมตตาปาฏิหาริย์ เจ้าแม่กวนอิม ตอนที่3

พระเมตตาปาฏิหาริย์ เจ้าแม่กวนอิม ตอนที่ 3

ตอนที่ บรรณาการหอยและกาฬโรคมหาภัย

                ตอนที่แล้วเมื่อหม่าลิ่งได้ฟังพระภิกษุแจ้งให้ทราบว่า แท้จริงผู้หญิงที่ตนแต่งงานด้วยมิใช่คนธรรมดา ไม่เชื่อไปขุดพิสูจน์ดูได้  เขานำจอบเสียมไปขุดศพเจ้าสาวจำแลงทันที  ครั้งเปิดโลงขึ้นมาก็รู้สึกยินดีและเกรงกลัวระคนกัน  เพราะไม่มีซากศพอะไรในโลงศพนั้น  มันมีแต่กระดูกสีทองอยู่พวงหนึ่งเท่านั้น
                ภิกษุแปลงที่ไปด้วยได้ถามว่า ไหนละศพคนสวย?  ตอนนี้ท่านคงจะประจักษ์ในคำพูดของเราว่าไม่ได้หลอกลวงท่าน  และท่านคงจะเข้าใจในบารมีธรรมแห่งพระโพธิสัตว์กวนอิมแล้ว  คนทั้งหลายอาจจะไม่เข้าใจว่าเหตุใดพระโพธิสัตว์จึงทำเช่นนี้  ก็เพราะทรงมีเมตตาสงสารผู้ที่ยังหลงติดอยู่กับกิเลสตัณหา  จึงได้แปลงกายมาเป็นสาวงามเพื่อโปรดคนทั้งหลาย  และท่านเป็นผู้หนึ่งที่มีบารมีธรรมพอจึงได้เอาพระปุณฑริกสูตรไว้ได้  ท่านจึงสมควรที่จะทำตามพระประสงค์ของพระโพธิสัตว์  โดยช่วยเผยแผ่พระธรรมสั่งสอนตักเตือนให้คนทั้งหลายมีเมตตาเช่นพระองค์ จะเป็นบุญกุศลอันบริบูรณ์  ถ้าท่านทำเช่นนี้  แน่นอนกุศลนั้นจะเป็นของท่าน”  หม่าลิ่งผู้ประจักษ์ในอภินิหารและมีศรัทธาได้ตอบภาระการเผยแผ่พระธรรม  เมื่อสนทนาจบลง พระภิกษุรูปนั้นก็พลันหายวับไป
                นับแต่นั้นมาหม่าลิ่งได้เปลี่ยนบ้านของตนให้เป็นตำหนักกวนอิม  โดยปั้นรูปพระโพธิสัตว์กวนอิมมาประดิษฐานไว้  ลักษณะของพระโพธิสัตว์ที่ปั้นเป็นรูปหญิงขายปลาผู้งดงาม  ในมือถือตะกร้าใส่ปลา  คนทั่วไปในเมืองจีนเรียกว่า กวนอิมตะกร้าปลา
                หลังจากที่พระโพธิสัตว์ได้โปรดหม่าลิ่งให้เข้าใจแจ่มแจ้งแล้วได้เดินทางเลาะตามชายฝั่งทะเล  จนกระทั่งวันหนึ่งได้มาถึงสถานที่แห่งหนึ่ง  ได้พบกระแสแห่งความเคียดแค้นแล่นพล่านอยู่โดยไม่ยอมสลายตัวไป  พระโพธิสัตว์รู้สึกเมตตาสงสารจึงแผ่เมตตาและแปลงร่างเป็นพระธุดงค์  เพื่อถามประชาชนในท้องถิ่นนั้น  ก็ได้ความว่าสถานที่แห่งนี้เรียกว่า ปอหนิง  อยู่ปากอ่าวของทะเลตะวันออก  มีผลิตผลอุดมสมบูรณ์  เพราะท้องทะเลแถบนี้ชุกชุมได้ด้วยสัตว์ทะเลนานาพันธุ์  แต่เดิมคนในแถบนี้จึงร่ำรวยพอสมควร  มีความสุขกันทั่วหน้าไม่แพ้คนอื่นในโลกอันกว้างใหญ่  แต่อยู่ๆ ก็ไม่รู้ว่าเหตุใดจึงเกิดความทุกข์เข็ญขึ้นได้  หรืออาจเป็นเพราะเพื่อไม่กี่ปีมานี้  มีบรรณาการสิ่งหนึ่ง  ซึ่งมารังควานแม้แต่ไก่และสุนัขก็อยู่ไม่เป็นสุข  ประชาชนรู้สึกเคียดแค้น  ท่านคิดว่าเพราะอะไรหรือ?  เพราะเวลานั้นถังบุนจงเป็นฮ่องเต้  พระองค์ทรงโปรดปรานหอยปอหนิงเป็นที่สุด  จะเรียกว่าชอบเป็นชีวิตจิตใจก็คงไม่ผิด  ทุกวันจะต้องทุกวันจะต้องเสวยหอยชนิดนี้  หากวันไหนไม่มีถึงกับกินข้าวไม่ลง  และหอยชนิดนี้มีอยู่ทั่วไปตามปากอ่าว  แต่ที่ขึ้นชื่อที่สุดก็คือหอยที่ปอหนิงนี้เพราะทั้งอ้วนและสด  เมื่อเป็นของที่พระเจ้าแผ่นดินโปรดปราน  ของสิ่งนี้จึงไม่มีส่งไปที่อื่นและปอหนิงจะต้องส่งเป็นบรรณาการเป็นประจำ  หอยชนิดนี้เป็นผลผลิตจากปอหนิง  ชาวประมงปอหนิงส่วนมากจะต้องจิ้มก้องเป็นประจำ  พูดแล้วก็เหมือนไม่มีอะไร  แต่ทำไมชาวปอหนิงต้องเป็นเดือดเป็นแค้นด้วยเล่า?  เหตุก็เพราะข้าราชสำนักที่มาทำการตรวจตราเป็นต้นเหตุ มันดุร้ายป่าเถื่อนยิ่งกว่าเสือ  อาศัยอำนาจหน้าที่แสวงประโยชน์  โดยทำการรีดนาทาเร้นประชาชนชาวปอหนิง  ชาวประมงผู้ที่จะต้องบรรณาการหอยนี้ก็ไม่กล้าแสดงปฏิกิริยาด้วยเกรงอำนาจหน้าที่  ต่างก้มหน้าก้มตาออกไปหาหอย  ครั้นเมื่อหามาได้และส่งให้ข้าราชสำนักตรวจ  มันตรวจกันอย่างละเอียดลอออย่างกับหมอดูดวงชะตา  แล้วก็จ้องจับผิดว่าไอ้ชนิดนี้ไม่ใช่  ไอ้ชนิดนั้นคนละอย่าง  และกล่าวติเตียนว่าไม่ตรงกับที่ต้องการ บรรณาการนี้ไม่สดสวยพอ  เท่านี้หอยของประชาชนก็ไม่สามารถขึ้นตาชั่งเพื่อเข้าบัญชีได้  แต่ทว่าของที่ส่งไปที่ทำการข้าราชการสำนัก  แม้จะเป็นของที่มันกล่าวว่าขาดความสมบูรณ์พวกมันก็เก็บขึ้น  และหากท่านไม่ติดสินบนด้วยเงินทอง  พวกมันจะปล่อยให้หอยนั้นแห้ง  จนถึงสามวันห้าวันก็ไม่ขึ้นตาชั่งให้  แม้จะไปอ้อนวอนเอาหัวโขกพื้นมันก็ไม่สนใจ  ทั้งนี้เพราะมันรู้ดีว่าหอยชนิดนี้ตายง่าย  ปล่อยไว้ไม่กี่วันก็จะเสีย  ถ้าไม่ใช้วิธีดังกล่าวข้างต้นก็ใช้วิธีคัดเลือกชนิดเหมือนร่อนหาทองกันทีเดียวกว่าจะได้หอยแต่ละตัว  เมื่อเป็นเช่นนี้ชาวประมงไม่มีทางเลือกอย่างอื่นนอกจากยอมเสียเงิน  นี่เป็นความผิดพลาดก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง  เพราะข้าราชสำนักผู้มีโทษอันมหันต์เหล่านั้น  มันจะกินเงินทองท่านในทุกๆ ทาง  ไม่เฉพาะแต่ของที่ต้องส่งเป็นบรรณาการนี้เท่านั้น
                ของบางอย่างต้องส่งเป็นบรรณาการปีละครั้ง  บางอย่างปีละสองครั้ง  มันเป็นกำหนดที่ตายตัว  จะมีก็แต่หอยนี้อย่างเดียวที่จะต้องส่งทั้งปีไม่ขาด  และชาวประมงปอหนิงก็ปฏิบัติเช่นนี้ทั้งปีไม่เคยขาดส่งบรรณาการชนิดนี้เลย  การส่งมองหอยชนิดนี้ก็ไม่มีอะไรมาก  เพียงแต่การส่งทุกครั้งจะต้องให้สินบนแก่ข้าราชสำนัก  และมันก็เป็นเงินสินบนที่ไม่รู้จักพอ  ในระยะหลายปีมานี้  พวกชาวประมงซึ่งเคยมั่งคั่งสมบูรณ์ ต้องกลายมายากจนลง  จนมาก  ชนิดที่ต้องขายลูกขายเมีย  ถึงกับบ้านแตกสาแหรกขาด  หรือไม่ก็ตรอมใจตายเลยทีเดียว  มันช่างน่าอนาถนัก  จากผู้ที่อยู่ดีกินดี กลับต้องมาบ้านแตกไม่รู้กี่สิบครอบครัว  พูดไปแล้วแม้แต่ตนเองก็อดที่จะเวทนาไม่ได้  แต่อย่างไรก็ตามชาวประมงนี้ใช่ว่าจะโง่เสียทีเดียว  พวกเขาได้ทำหนังสือร้องทุกข์เพื่อแฉโพยพวกข้าราชสำนักที่กระทำการกดขี่อย่างทารุณ  ทว่าไม่เป็นผลเพราะที่ทำการของข้าราชสำนักนี้ได้เตรียมพร้อมอยู่แล้ว  พอมีหนังสือร้องทุกข์ของพวกชาวประมงที่ลงชื่อเป็นบัญชีหางว่าวก็ถูกกักเก็บไม่มีการพิจารณา  เมื่อเป็นเช่นนี้ทุกอย่างก็คงเหมือนเดิม  ที่ร้ายคือผู้ร้องทุกข์เองต้องตายอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง  มีบางคนเหมือนกันที่สามารถส่งหนังสือร้องทุกข์เข้าไปถึงหัวหน้าราชสำนักแทนที่จะเกิดประโยชน์  กลับเป็นการเอาชีวิตตนเองเซ่นสังเวยเหมือนฆ่าตัวตาย  เพราะไม่มีโอกาสกลับออกมา  ท่านคิดดูเมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้  จะสอนหรืออบรมอย่างไรที่จะไม่ให้พวกเขาเกิดความเคียดแค้นชิงชังได้เล่า?
                เมื่อพระโพธิสัตว์กวนอิมได้ทราบความเป็นมาของปอหนิงว่าเป็นอย่างไร  พระองค์ถึงกับถอนใจเฮือกใหญ่  และส่ายศีรษะไปมาทรงเวทนาประชาชนผู้น่าสงสารเหล่านี้  จริงอยู่มันเป็นเคราะห์กรรมที่ทำแต่ปางก่อนมาสนอง  ซึ่งพวกเขาต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แต่หากเวลานี้พระองค์ไม่ช่วยแล้ว  พวกเขาเหล่านั้นเมื่อไหร่จะหลุดพ้นจากกองทุกข์ได้เล่า?  เมื่อพระโพธิสัตว์คิดได้เช่นนี้  ก็เสด็จไปตามชายฝั่งทะเล  บังเอิญตอนนั้นเป็นเวลาที่น้ำกำลังขึ้น  มีหอยอยู่เต็มไปหมด  ทุกตัวล้วนมีเปลือกสวยงามเชิญชวนให้ชาวประมงมาจับไป  แต่ชาวประมงเหล่านั้นไม่ยินดียินร้ายกับการได้หอยอันสวยงามเหล่านั้น  เขาจับไปบ่นไปอย่างซังกะตาย  หากใครได้พบเห็นได้ยินได้ฟังก็อดที่จะถอนใจยาวอย่างเป็นทุกข์แทนเขาไม่ได้  เพราะหอยที่หาได้เหล่านี้มิใช่ได้เงินกลับต้องเสียเงินให้เหล่ากังฉิน  พระโพธิสัตว์กวนอิมผู้รู้แจ้งในทุกข์ของชาวบ้านเหล่านี้  จึงคิดช่วยเหลือโดยแสดงอิทธิฤทธิ์ประทับรูปของพระองค์ลงบนเนื้อหอยปอหนิงทุกตัว  โดยชาวประมงผู้งมหอยไม่รู้ถึงความผิดปกติ  ทุกคนต่างจับจนได้ปริมาณที่ต้องการ  ตนเองก็นำไปที่ทำการของข้าราชการสำนักอย่างจำใจ  คล้ายกับว่าเหล่าชาวประมงนี้เป็นลูกหนี้ที่ต้องมาชำระ  มันช่างเป็นแอกเป็นการปกครองที่โหดร้ายทารุณอะไรเช่นนั้น  จะทำให้ตายก็ไม่ให้ตาย  จึงจำเป็นต้องอยู่รอเวลาตายเท่านั้น  ทันใดที่ว่าการของพวกราชสำนักที่รับบรรณาการหอยปอหนิงได้ถูกปิดลงอย่างไม่มีใครคิดนอกจากนี้ยังมีราชโองการสั่งห้ามจับหอยอีกต่อไป  และได้มีการสร้างศาลให้พระโพธิสัตว์กวนอิมเพื่อให้ประชาชนทั่วไปสักการะบูชา  โดยเฉพาะชาวประมงปอหนิง  นี่ก็เป็นราชโองการอีกเหมือนกัน
                เหตุใดเหตุการณ์จึงกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือ  จงมาฟังข่าวที่จะกล่าวดังต่อไปนี้  แต่ก่อนอื่นจักต้องขอแสดงความยินดีและมีความหวังใหม่  ที่ชาวปอหนิงได้ผ่านพ้นราชภัย  แต่ใครเล่าที่สามารถประกาศิตให้เกิดเรื่องเช่นนี้ได้?  คงไม่มีใครคาดหรือเดาได้ถูกต้องเป็นแน่  คือหลังจากพระโพธิสัตว์ได้ฟังคำบอกเล่าจากชาวปอหนิงผู้น่าสงสารแล้วก็รู้ต้นสายปลายเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ร้อน  พระโพธิสัตว์กวนอิมจึงได้คิดช่วยอย่างเงียบๆ ด้วยพระองค์เอง  เพื่อมวลพสกนิกรชนพระโพธิสัตว์มิใช่เพียงห่มผ้ากาสาวพัสตร์ประทับบัลลังก์ดอกบัวเท่านั้น
                ดังนั้น เมื่อหอยปอหนิงได้ถูกนำเข้าราชสำนัก  พ่อครัวหลวงได้ตรวจดูความใหม่สด  และคัดเอาเฉพาะตัวที่สมบูรณ์ที่สุดเพียงไม่กี่ตัวเพื่อเตรียมทำน้ำแกงขึ้นถวาย  หยิบหอยขึ้นมาตัวแรกเพื่อแกะปากหอยให้เปิดออก  แต่มันช่างแข็งเหมือนศิลาอย่างคาดไม่ถึง  ลองตัวที่สองอีก  มันก็เปิดฝาหอยไม่ออกอีก  พ่อครัวรู้สึกสงสัยอย่างที่สุดจึงใช้มีดสับลงไป  เสียงมีดกระทบเปลือกหอยดังเป้ง  ทันใดก็เกิดประกายเป็นสีทองระยิบระยับ และหอยนั้นก็เปิดอ้าออก  แต่ภายในเปลือกหอยไม่มีเนื้อหอยอยู่  มีแต่รูปของพระโพธิสัตว์กวนอิมอยู่ที่เปลือกหอยด้านใน  มันเป็นเช่นนี้ทุกตัว เหมือนกับหอยนี้มาจากสุสานหอย  คือมีแต่เปลือกไม่มีตัว  เปลือกของหอยรุ่นนี้ดูงดงามกว่าปกติ  จะว่าหยกก็ไม่ใช่หยก  จะว่ามุกก็ไม่ใช่มุก  แตมันส่องประกายวาววับจับตา  ครัวหลวงได้พบเหตุเช่นนี้ก็ทำให้รู้สึกหวาดกลัวและไม่กล้าปิดความเรื่องนี้  จึงรีบนำขึ้นกราบทูล  ฮ่องเต้ถังบุนจงเมื่อทรงทราบความก็ให้รู้สึกสะดุ้งกลัว  มีรับสั่งให้นำทองมาทำผอบและนำหอยมาเก็บไว้ในผอบนั้น  นอกจากนี้ก็มีราชโองการยกเลิกบรรณาการหอยปอหนิงนี้ด้วย
                หลังจากนั้นได้มีรับสั่งให้เรียกหาคณาจารย์ฝ่ายสงฆ์มาถามถึงสาเหตุเรื่องนี้  พระสงฆ์ได้อธิบายให้ฟังว่า ของทุกอย่างล้วนมีลักษณะว่างและนี่เป็นพระประสงค์ของพระโพธิสัตว์ที่ต้องการประกาศให้มวลสัตว์มีความศรัทธาพระองค์ที่ใจ  สิ่งนี้คือความเมตตาต่อมนุษย์นั่นเอง  ในพระพุทธคัมภีร์ได้กล่าวไว้ว่า  พระโพธิสัตว์นั้นมีรูปกายไม่จำกัด  และนี่ก็เป็นอีกรูปกายหนึ่งของพระโพธิสัตว์ที่กล่าวไว้ในพระธรรมคัมภีร์
                ฮ่องเต้ถังบุนจง ตรัสว่า รูปลักษณ์ของพระโพธิสัตว์ได้เห็นแล้ว  ยังขาดอยู่แต่เพียงพระธรรมคำสั่งสอนจากปากพระโพธิสัตว์
                พระสงฆ์ กล่าวว่า อาตมาขอพระบรมราชานุญาติถามพระองค์เพียงว่า ทรงเชื่อ หรือ ไม่เชื่อ
                ฮ่องเต้ถังบุนจง ตรัสว่า ก็มีหลักฐานเห็นออกประจักษ์เช่นนี้  แล้วเราจะกล้าไม่เชื่อเชียวหรือ?”
                พระสงฆ์ กล่าวต่อว่า ดีแล้วที่เป็นเช่นนั้น  กิตติศัพท์ของพระโพธิสัตว์มิใช่เพียงพระองค์ผู้เดียวเท่านั้นที่ได้ยินได้รู้  บัดนี้ฮ่องเต้ถังบุนจงทรงรู้สึกสำนึก  และนับแต่นั้นมาก็ทรงเลิกกินหอยปอหนิง  นอกจากนั้นยังมีรับสั่งให้สร้างศาลขึ้นแห่งหนึ่ง  เพื่อประดิษฐานพระโพธิสัตว์กวนอิมเอาไว้เคารพบูชา
                เหตุพระโพธิสัตว์กวนอิมได้ประทับรูปพระธรรมกายลงบนด้านในของหอยปอหนิงนี้  ชาวบ้านจึงเรียกกวนอิมในภาคนี้ว่า กวนอิมหอย  ข้อความนี้มิใช่ผู้เขียนยกเมฆหรือโกหกพกลม  แต่มันมีอยู่ในพระพุทธคัมภีร์ที่จดบันทึกไว้ด้วยข้อความอันลึกซึ้ง  ใช่แต่เท่านั้น  แม้ในที่อื่นๆ ก็มีการจดบันทึกด้วยข้อความที่สอดคล้องเหมือนกัน  โดยเฉพาะเรื่องพระโพธิสัตว์กวนอิมทรงแสดงอิทธิฤทธิ์ประทับรูปพระธรรมกายของพระองค์ลงบนเปลือกหอย  เพื่อช่วยเหล่าชาวประมงที่ถูกบังคับให้ส่งส่วยอย่างมหาโหดให้พ้นความทารุณและความทุกข์เข็ญ
                จากนั้นพระโพธิสัตว์เดินทางต่อไปจนถึงจังหวัดซานตงเล๋งจิว  ซึ่งขณะนั้นเป็นฤดูร้อนที่ร้อนจัด  กาฬโรคกำลังระบาดอย่างหนัก  คนเจ็บและล้มตายลงไม่ขาดสาย  มันช่างน่าอนาถอย่างไม่อาจบรรยายได้  ศพแล้วศพเล่าที่ถูกหามออกจากบ้านพร้อมเสียงร่ำไห้ของหมู่ญาติ  บรรดาหมดสามัญที่มีอยู่ทั่วไปก็เยียวยารักษาสู้กับโรคระบาดอันร้ายแรงนี้อย่างเต็มกำลัง  แต่ก็ไร้ผล  เพราะเขาไม่มียาที่มีสรรพคุณอันวิเศษพอที่จะรักษาหรือป้องกันโรคนี้ได้  การรักษาเป็นไปตามมีตามเกิด  มันจึงเป็นการสิ้นเปลืองไม่เกิดผลอันใด  นับวันกาฬโรคนี้ก็มีแต่แพร่ระบาดมากขึ้น  พระโพธิสัตว์เข้าในโรคนี้ดี  และรู้ว่ามีแต่เพียงขักเฮียง (ใบของต้นถั่ว) เท่านั้นที่จะรักษาได้  พระโพธิสัตว์จึงเข้าไปในป่าเขาเด็ดใบขักเฮียงมาประกอบเป็นยาเมื่อได้ตามที่ต้องการแล้ว  พระโพธิสัตว์ได้แปลงเป็นคนขายเร่ที่แก่ชราและผอมแห้ง  สะพายย่ามยาเข้ามาขายในตลาดเพื่อแก้กาฬโรค  ชาวบ้านชาวเมืองเมื่อแรกได้เห็นต่างคนต่างไม่กล้าซื้อมาลองกินดู  แต่ทว่ามียาจกเข็ญใจคนหนึ่งเขาก็ไม่มีเงิน  ได้ยินว่ามีผู้จะให้ยารักษาโรค  ก็ไม่รอช้ารีบขอไปลองรักษาตัวทันที  เพราะถึงอย่างไรการเป็นกาฬโรคนี้ก็รอดยากอยู่แล้ว  ทั้งที่มีเงินรักษาก็ยังตายนับประสาอะไรกับยาจก  เมื่อมีช่องทางรักษาชีวิตได้  จะจริงหรือไม่ก็ต้องลองดู  และผลปรากฏว่า  ยาจกผู้นั้นกินแล้วหายจากกาฬโรคโดยไม่ตาย
                ผู้คนจึงค่อยๆ ทยอยมาขอให้ช่วยรักษา  และไม่มีสักรายเดียวที่ผิดหวังเพราะยานี้แก้โรคร้ายนี้ได้  กิตติศัพท์นี้ค่อยๆแพร่กระจายออกไปภายในสามเดือน  ไม่รู้ว่าได้ช่วยคนไปจำนวนเท่าไร  และในที่สุดโรคภัยนี้ก็ถูกกำจัดไปจนหมดสิ้น  พระโพธิสัตว์ได้ไปปรากฏกายที่วัดเก่ยจือหลินซื่อเพื่อพบกับท่านอิวหยุนภิกษุอาวุโส  ทั้งนี้เพื่อถ่ายทอดการทำยาขักเฮียงเพื่อรักษาโรคที่อาจเกิดขึ้นอีก
                ภิกษุอิวหยุนได้แจ้งแก่ประชาชนให้ทราบภายหลังว่า  ผู้ที่มาช่วยรักษาภัยจากโรคร้ายนี้คือพระโพธิสัตว์แปลงกายมา  และในครั้งนั้นได้มีผู้ระลึกถึงพระคุณของพระโพธิสัตว์  ต่างช่วยกันเรี่ยไรและบริจาคทุนทรัพย์สร้างศาลเจ้าแม่กวนอิม  และมีรูปธรรมกายของพระโพธิสัตว์กวนอิมเพื่อเป็นที่สักการะ  แต่รูปธรรมของพระโพธิสัตว์นี้  มีลักษณะการแต่งตัวไม่เหมือนพระโพธิสัตว์ทั่วไป  เพราะในมือไม่ได้ถือแจกันหยกและกิ่งหลิว หากแต่ถือกิ่งสมุนไพรแทน  ทั้งนี้เพราะประชาชนในจังหวัดนั้นไม่ลืมบุญกุศลที่พระโพธิสัตว์ได้บำเพ็ญไว้  และไม่ลืมคุณของยาสมุนไพรด้วย ด้วยเหตุนี้รูปพระโพธิสัตว์จึงได้ถือกิ่งสมุนไพรเป็นการรำลึกถึง  และภาคนี้ชาวบ้านสามัญเรียกว่า พระกวนอิมเภสัช  ต่อแต่นั้นมาเมื่อชาวบ้านเกิดเจ็บป่วยและไม่มีทางรักษา  ต่างไปเสี่ยงเซียงซีขอยาจากพระโพธิสัตว์กวนอิมที่ศาลเจ้าแห่งนี้  เรื่องนี้อาจจะเป็นการงมงายไปหน่อย  แต่เรื่องปาฏิหาริย์มันเกี่ยวกับจิตใจและบุญบารมี  ถ้ามีศรัทธามีบุญมีบารมีพอก็หายได้
                ดังนั้นพระโพธิสัตว์ผู้มีแต่จิตอันการุณย์ที่จะช่วยชาวโลกให้พ้นทุกข์   พระองค์จึงเสด็จมาโดยไม่จำกัดรูปกาย  ทั้งนี้เพื่อโปรดผู้ทุกข์ยากให้เห็นประจักษ์อย่างแท้จริง  บรรดาผู้คนเป็นอันมากที่ได้พ้นทุกข์ต่างได้ประจักษ์ในพระบารมีที่พระโพธิสัตว์มาโปรด  ต่างพากันยอมรับและมีศาลเจ้าพระโพธิสัตว์กวนอิมอยู่ทุกตำบลเพื่อเป็นที่พึ่งทางใจ
                บารมีอันบริสุทธิ์ที่เหลือปรากฏอยู่ทุกแห่ง  คือ  ความเมตตาที่จะช่วยเหลือชาวโลกให้พ้นทุกข์  (อ่านต่อตอนที่ 4)
  

SukSanShop

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipisicing elit, sed do eiusmod tempor incididunt ut labore et dolore magna aliqua. Ut enim ad minim veniam, quis nostrud exercitation.

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

 

Copyright @ 2013 เจ้าแม่กวนอิม.